Page 137 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 137
C17
อภิปรายผล
วัตถุประสงค์
1 เพื่อเปรียบเทียบความถูกต้องในการได้รับการคัดกรอง ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มทดลองที่ใช้แนว
ปฏิบัติฯมีความถูกต้องในการคัดกรองผู้ป่วยมากกว่ากว่าการคัดกรองปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ
.05 (p< .05) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากผู้ป่วยได้รับการคัดกรอง จากการใช้แนวปฏิบัติฯ ตั้งแต่แรกรับที่จุดคัดกรอง
เป็นแนวทางการคัดกรองในการนำไปซักประวัติ เพื่อค้นหาผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้
อย่างครอบคลุม รวดเร็ว ได้รับการคัดกรองที่ถูกต้องตามระดับความเร่งด่วน ซึ่งส่งผลต่อการรักษา
2 เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาในการเข้าถึงบริการ ผลการศึกษา พบว่า ผู้ป่วยหลังได้รับการใช้แนว
ปฏิบัติฯ ระยะเวลาที่ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและวิเคราะห์ผลเบื้องต้นโดยพยาบาลใช้เวลาน้อยกว่า 10
นาที ระยะเวลาที่ผู้ป่วยได้รับการตรวจโดยแพทย์และวิเคราะห์ผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ มีค่าเฉลี่ย
ระยะเวลาการเข้าถึงบริการน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p< .05)
จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าการจัดการทางการพยาบาลจัดการดูแลที่เหมาะสม มีแนวทางที่จะช่วยให้มี
การซักประวัติอาการ Early Detection ได้อย่างรวดเร็วผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าโรคร่วม ได้แก่ เบาหวาน
ความดัน ไขมัน หัวใจ โรคอ้วน ปัจจัยเสี่ยงอื่น สูบบุหรี่/สุรา มีผลต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
สอดคล้องกับพยาธิสรีรวิทยา ผลการศึกษาระยะเวลาที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลตามแผนการรักษาพยาบาล
ไม่มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าหลังจากผู้ป่วยได้รับการใช้แนวปฏิบัติฯ ซักประวัติที่ครอบคลุม
รวดเร็ว ถูกต้อง ทำให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและแปลผลภายใน 10 นาที ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับ
การตรวจรักษาโดยแพทย์ตามความเร่งด่วน
สรุปและข้อเสนอแนะ
ผู้วิจัยทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและพัฒนาจากแนวปฏิบัติการคัดกรองปกติที่ใช้ MOPH
ED.TRIAGE ร่วมกับการใช้แนวคิดการซักประวัติ OPQRSTU ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์การวิจัย พบว่า
1) กลุ่มทดลองที่ได้รับการคัดกรองด้วยแนวปฏิบัติฯ มีความถูกต้องในการคัดกรองมากกว่ากว่ากลุ่มควบคุม
2) เปรียบเทียบระยะเวลาการเข้าถึงบริการก่อนและหลังการใช้แนวปฏิบัติฯ ค่าเฉลี่ยระยะเวลาผู้ป่วยได้รับการ
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและวิเคราะห์ผลการตรวจโดยพยาบาล ใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาทีและค่าเฉลี่ยระยะเวลา
ที่ผู้ป่วยได้รับการตรวจโดยแพทย์และวิเคราะห์ผลใช้ระยะเวลน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ค่าเฉลี่ย
ระยะเวลาที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลตามแผนการรักษาพยาบาลไม่มีความแตกต่างกัน
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
การดูแลผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันนอกจากความถูกต้องในการคัดกรองและ
ระยะเวลาการเข้าถึงบริการแล้ว สิ่งที่ต้องการพัฒนาต่อคือพัฒนาแนวทางการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วยที่มี
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจใหม่
ลดขนาดการตายของกล้ามเนื้อหัวใจและลดความรุนแรงของโรคเกิดคุณภาพการดูแลตามมาตรฐานวิชาชีพ
ที่เป็นปัจจุบันและเกิดผลลัพธ์ที่ดีแก่ผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยรอดพ้นจากภาวะวิกฤติได้มากขึ้น

