Page 135 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 135
C15
ผลการใช้แนวปฏิบัติการคัดกรองผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันต่อความถูกต้อง
ในการคัดกรองและระยะเวลาการเข้าถึงบริการ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
นางสาวสุภาพร ชานุวัตร์, นางสาวมยุรี ลิ้มรุ่งยืนยง และนางสาวณิศรา สายตั้งใจ
โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เขตสุขภาพที่ 2
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute coronary syndromes , ACS) หมายถึงกลุ่มอาการ
ทางคลินิกที่เกิดขึ้นขณะพักโดยมีลักษณะบ่งชี้ว่ากล้ามเนื้อหัวใจมีการขาดเลือดอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน
มีอัตราการตายและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้สูง จากรายงานการเสียชีวิตขององค์การอนามัยโลก (WHO)
ในปี พ.ศ. 2562 พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด
สำหรับประเทศไทยปี 2565 พบการเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด เฉลี่ยชั่วโมงละ
8 คน สถิติผู้ป่วยมารับบริการโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก งบประมาณ 2562 – 2566 ด้วย ACS จำนวน
6,531, 5,525, 5,149, 5,615 และ 6,585 รายตามลำดับ และสถิติศูนย์โรคหัวใจโรงพยาบาลพุทธชินราช
พิษณุโลก มีผู้ป่วยมารับบริการด้วย ST-segment elevation myocardial infarction (STEMI) จำนวน 351,
302, 266, 233 และ 288 ราย จำนวนผู้เสียชีวิต 46, 34, 38, 37,และ 32 รายตามลำดับ ได้รับยาละลายลิ่ม
เลือด (Door to Needle time ) ≥ 30 นาที และได้รับการสวนหัวใจและหลอดเลือดล่าช้า (Door to PCI )≥
90 นาที ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ให้บริการผู้ป่วยที่มีปัญหาการเจ็บป่วยและบาดเจ็บที่มีระดับความเร่งด่วน
แตกต่างกัน มีการคัดกรองตามระดับความเร่งด่วน 5 ระดับตาม MOPH ED. Triage นโยบายสำคัญ
ของหน่วยงาน ER คุณภาพ Fastrack 3S1T คือ STEMI Stroke Sepsis Trauma ทีมให้การดูแลรักษาพยาบาล
จะต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา มีแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับคือ เริ่มต้นจากการคัดกรอง
ผู้ป่วยที่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน จากการตรวจสอบคุณภาพ
เวชระเบียน ปี 2566 พบว่าผลคัดกรองต่ำกว่าความเป็นจริงจำนวน 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.77 ไม่ได้รับการตรวจ
EKG ตั้งแต่แรก ใช้เวลามากกว่า 10 นาที ส่งผลให้มีผลต่อการได้รับยาละลายลิ่มเลือด และได้รับการสวนหัวใจ
และหลอดเลือดล่าช้า จากการทบทวนอุบัติการณ์พบว่าสาเหตุเกิดจากพยาบาลขาดความรู้และทักษะในการ
ประเมินผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บแน่นหน้าอก แนวปฏิบัติในการคัดกรองและซักประวัติขาดความครอบคลุม อีกทั้ง
จากการทบทวนวรรณกรรม ระยะจุดคัดกรอง (triage) พบว่าผู้ป่วยมาด้วยอาการแสดงที่ไม่ชัดเจน พยาบาล
มีประสบการณ์และทักษะความรู้ในการคัดกรองที่ต่างกัน แนวทางการคัดกรองไม่ชัดเจนและเป็นแนวทาง
เดียวกัน ซึ่งการซักประวัติลักษณะการเจ็บหน้าอกโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นอาการเจ็บหน้าอก
ที่จำเพาะต่อโรค ใช้หลัก PQRST ขาดการประเมิน pain score จึงทำให้การประเมินและคัดกรองไม่ถูกต้อง
และมีอาการทรุดลง ตลอดจนพยาบาลไม่มั่นใจในการคัดกรอง STEMI อย่างถูกต้อง เพื่อนำไปตัดสินใจเชิงคลินิก

