Page 136 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 136

C16

                         ดังนั้นผู้วิจัยมีหน้าที่ในการคัดกรองผู้ป่วย จึงพัฒนาจากแนวการคัดกรองเดิม โดยใช้ MOPH

                  ED.TRIAGE plus OPQRSTU เป็นแนวปฏิบัติการคัดกรองผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
                  เพื่อให้พยาบาลคัดกรองมีแนวทางการซักประวัติ ในการคัดกรองผู้ป่วย ได้รับการตรวจคลื่นหัวใจ วินิจฉัยและ

                  รับการรักษาได้ทันท่วงทีและมีความต่อเนื่อง และติดตามผลลัพธ์จากการใช้แนวปฏิบัติฯ ในด้านความถูกต้อง

                  และระยะเวลาในการเข้าถึงบริการ ซึ่งมีผลให้ผู้ป่วยปลอดภัย ป้องกันการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น

                  จนกระทั่งจำหน่ายอย่างมีคุณภาพ  สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข

                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                         1. เพื่อเปรียบเทียบความถูกต้องในการได้รับการคัดกรองของผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

                  เฉียบพลันระหว่างกลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติการคัดกรองผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันกับกลุ่ม
                  ที่ใช้แนวปฏิบัติการคัดกรองปกติ

                         2. เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาในการเข้าถึงบริการแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินระหว่างกลุ่มที่ใช้

                  แนวปฏิบัติการคัดกรองผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันกับกลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติการคัดกรองปกติ

                  วิธีการศึกษา

                         การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental research) โดยใช้รูปแบบที่มีกลุ่มทดลอง
                  กับกลุ่มควบคุม และมีการทดสอบหลังการทดลอง (The two group posttest only design) เพื่อเปรียบเทียบ

                  ผลการใช้แนวปฏิบัติฯ ต่อความถูกต้องในการคัดกรองและระยะเวลาการเข้าถึงบริการ ระหว่างกลุ่มที่ใช้
                  แนวปฏิบัติการคัดกรองผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันกับกลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติการคัดกรองปกติ

                  โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย ประชากรและกลุ่มตัวอย่างดังนี้ ประชากร (population) ที่ใช้

                  ในการศึกษาครั้งนี้คือ ผู้ป่วยที่มีภาวะภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ในอายุ 18 ปีขึ้นไปที่เข้ารับ
                  การรักษาในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้

                  คือ ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันทุกรายในอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ได้รับการประเมินการคัดกรอง

                  ที่จุดคัดกรองแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

                  ผลการศึกษา

                         เปรียบเทียบความความถูกต้องของการคัดกรองผู้ป่วยระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ด้วยสถิติ
                  Chi-square Test พบว่าความถูกต้องในการคัดกรองของกลุ่มทดลองมีความถูกต้องมากกว่ากลุ่มควบคุม

                  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 (p< .05) เปรียบเทียบระยะเวลาการเข้าถึงบริการก่อนและหลังการใช้

                  แนวปฏิบัติการคัดกรองฯ ด้วยสถิติ Mann-Whitney U Test พบว่า ในกลุ่มทดลอง การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
                  เบื้องต้นโดยพยาบาล ใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาที ระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้ป่วยได้รับการตรวจ โดยแพทย์และวิเคราะห์

                  ผลใช้ระยะเวลาน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 (p< .05) แต่ระยะเวลาที่ผู้ป่วยเข้ารับ
                  การรักษาพยาบาลตามแผนการรักษาพยาบาลใช้ระยะเวลาเท่ากันคือ 5 นาที ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน
   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140   141