Page 139 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 139

C19

                  วิธีการศึกษา

                         พัฒนาครั้งที่ 1 ได้แก่ 1) Plan: จากการทำงานพบอุปกรณ์ภายในรถ Emergency ไม่พร้อมใช้งาน
                  ขาดการตรวจเช็คเนื่องจากในการตรวจเช็คแต่ละครั้งใช้เวลาจำนวนมากและมีอุปกรณ์ที่ค่อนข้างเยอะ การลงบันทึก

                  ที่ยุ่งยาก และมีผู้มารับริการตลอด 24 ชั่วโมงส่งผลให้ละเลยการตรวจเช็ครถ Emergency  2)DO: มีการพัฒนา

                  การตรวจเช็คอุปกรณ์ภายในรถ Emergency โดยใช้เทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงได้ ได้แก่ Google Form,
                  Google sheet, Line Notify ผ่านทางระบบออนไลน์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 3)Check: หลังจากการทดลองใช้

                  ระบบตรวจเช็ครถ Emergency พบว่ามีการตรวจเช็คเพิ่มมากขึ้นและสามารถลดระยะเวลาได้ระดับหนึ่ง ส่งผลให้

                  อุปกรณ์ภายในรถ Emergency พร้อมใช้งาน 4) Act: ระบบตรวจเช็คอุปกรณ์ภายในรถ Emergency สามารถ
                  นำมาใช้ภายในแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวชได้ แต่ยังคงพบปัญหาในการตรวจเช็คแต่ละครั้งยังต้อง

                  ตรวจสอบวันหมดอายุแต่ละชิ้นทำให้ใช้เวลาในการตรวจเช็คอุปกรณ์ภายในรถ Emergency อยู่
                         พัฒนาครั้งที่ 2 ได้แก่1) Plan: จากการพัฒนาระบบตรวจเช็คอุปกรณ์ภายในรถ Emergency ยังคงพบ

                  ระยะเวลาในการตรวจเช็คเป็นระยะเวลานานจากการตรวจวันหมดสอบอายุแต่ละชิ้น จึงมีแผนลดระยะเวลา
                  และขั้นตอนในการตรวจเช็ค 2) DO: จึงมีการพัฒนาระบบการตรวจเช็คอุปกรณ์ภายในรถ Emergency

                  โดยทฤษฎี Lean เข้ามาพัฒนาโดยลดขั้นตอนจากการเพิ่มใช้สายคาดรถ Emergency ในกรณีที่อุปกรณ์

                  ครบถ้วนเพื่อเป็นการบ่งบอกว่าอุปกรณ์พร้อมใช้งาน ไม่จำเป็นต้องเปิดเช็คทุกชิ้นในรถ Emergency สามารถ
                  ที่จะลดระยะเวลาได้มากขึ้นจากเดิมเคยใช้ และใช้สติกเกอร์สีแดงติดอุปกรณ์ที่หมดอายุชิ้นแรกของแต่ละ

                  ประเภทเพื่อลดอุปกรณ์หมดอายุก่อนใช้งาน ลดการ RE-Sterile และค่าใช้จ่ายส่วนเกิน  3) Check: หลังจาก

                  การปรับปรุงระบบตรวจเช็ครถ Emergency และทดลองใช้ต่อเนื่องพบว่ามีการตรวจเช็คในทุกเวรและสามารถ
                  ลดระยะเวลา ขั้นตอนในการตรวจจากแบบเดิมได้ ส่งผลให้อุปกรณ์ภายในรถ Emergency พร้อมใช้งานอยู่

                  เสมอ 4) Act: ระบบตรวจเช็คอุปกรณ์ภายในรถ Emergency สามารถนำมาใช้ภายในแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน

                  และนิติเวชได้ แต่ยังคงพบปัญหาเนื่องจาก Line notify ไม่สามารถใช้ได้ตลอดเวลาจากการประกาศยกเลิกให้บริการ
                         พัฒนาครั้งที่ 3 ได้แก่ 1) Plan: จากการใช้งานยังคงพบปัญหา Line notify ไม่สามารถใช้ได้

                  ตลอดเวลาเนื่องจาก Line มีประกาศยกเลิกให้บริการทางด้านการแจ้งเตือนข้อความ notify ที่ใช้อยู่
                  2) DO: จึงมีการศึกษาโดยการนำโปรแกรม Telegram มาใช้ผ่านทางช่องทาง Telegram Messenger

                  ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับ Google Form และเก็บข้อมูลใน Google Sheet โดยการสร้าง Bot ในแชทเพื่อนำมาใช้

                  การแจ้งเตือนแทน Line และสามารถจัดเก็บในข้อมูลเดิมได้  3) Check: หลังจากการปรับปรุงระบบตรวจเช็ครถ
                  Emergency และทดลองใช้ต่อเนื่อง 2 เดือน พบว่าโปรแกรม Telegram สามารถแจ้งเตือนได้ทันทีใช้ร่วมกับ

                  Google Form กับ Google Sheet เข้าถึงผ่านระบบ PC, IOS และAndroid ได้ไม่เสียค่าบริการ 4) Act:
                  ระบบตรวจเช็คอุปกรณ์ภายในรถ Emergency สามารถนำมาใช้ภายในแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวชได้

                  โดยใช้ผ่านโปรแกรม Telegram ของ Telegram Messenger ไม่มีค่าใช้จ่าย เพิ่มอัตราการตรวจเช็คของ

                  และลดอุปกรณ์เสียหายหรือไม่พร้อมใช้งานได้ สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานมีความพึงพอใจ
                  ร้อยละ 85.69%
   134   135   136   137   138   139   140   141   142   143   144