Page 176 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 176
D4
ประสิทธิภาพของแนวทางป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดที่สัมพันธ์กับการใส่สายสวน
หลอดเลือดส่วนกลาง ในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด โรงพยาบาลพระปกเกล้า
นางสาวจินตนา สายทอง นางสาวพนิดา เลิศลัคนา และคณะ
โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี เขตสุขภาพที่ 6
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การติดเชื้อในกระแสเลือดที่สัมพันธ์กับการใส่สายสวนหลอดเลือดส่วนกลาง (Central Line -
associated Bloodstream Infections: CLABSI) เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในทารกวิกฤต และอาจทำให้
(1,2)
เสียชีวิตเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา โรงพยาบาลพระปกเกล้ามีเป้าหมายลดอัตรา CLABSI น้อยกว่า 2.5
ครั้ง /1,000 วันคาสาย จากผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิดพบว่าอัตราการติดเชื้อ
CLABSI สูงขึ้นจาก 2.84 เป็น 3.87 ครั้ง/1,000 วันคาสาย (ปี2562- 2563 ตามลำดับ) โดยช่วงมีนาคม 2562
– กุมภาพันธ์ 2563 มีอัตรา CLBSI สูงถึง 6.5 ครั้ง/1,000 วันคาสาย การทบทวนสาเหตุและหลักฐานเชิง
ประจักษ์โดยทีมสหวิชาชีพ พบว่าควรมีการใส่สายสวนหลอดเลือดเมื่อจำเป็นและนำออกเมื่อหมดข้อบ่งชี้ (1–5)
มาตรการดูแลขณะใส่สาย การคาสายสวนและการใช้อุปกรณ์และเทคนิควิธีการดูแลข้อต่อชุดสายให้สารน้ำ
(1,4)
(1)
แบบมีน้ำยาฆ่าเชื้อ (1–4,6,7) ร่วมกับมีการกำกับติดตามการปฏิบัติตามแนวทางฯ ด้วยแนวคิดสุนทรียสนทนา
จึงศึกษาประสิทธิภาพของแนวทางฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการให้เป็นเลิศต่อไป
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเกิด CLABSI ก่อนและหลังพัฒนาป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด
ที่สัมพันธ์กับการใส่สายสวนหลอดเลือดส่วนกลางในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลพระปกเกล้า
2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแนวทางฯ
วิธีการศึกษา
การวิจัยแบบกึ่งทดลอง (โครงการวิจัยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์
จังหวัดจันทบุรี/เขตสุขภาพที่ 6 ตามเอกสารรับรองเลขที่ 038/2566 วันที่ 14 สิงหาคม 2566)
ประชากร ทารกที่เจ็บป่วยระยะวิกฤต ที่ได้รับการรักษาโดยการใส่สายสวนหลอดเลือดส่วนกลาง
กลุ่มตัวอย่าง ทารกที่ได้รับการรักษาโดยการใส่สายสวนหลอดเลือดส่วนกลาง ในหอผู้ป่วยวิกฤตทารก
แรกเกิด โรงพยาบาลพระปกเกล้า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 - พฤษภาคม 2567
การคำนวณขนาดตัวอย่าง ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป n4Studies ด้วย Testing two independent
proportions นำข้อมูลอัตราการติดเชื้อ CLABSI ในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด ช่วงตุลาคม 2563 – มีนาคม
2564 พบอุบัติการณ์ CLABSI 4 ครั้ง/508 วันคาสายเป็น Proportion in group 1 (p1) Proportion in group 2
(p2) = 0 Ratio (r) =1 แอลฟา 0.05 ค่าเบต้า 0.20 ได้ขนาดตัวอย่างกลุ่มละ 977 วันคาสาย (Device - days)
การเลือกตัวอย่าง แบบเจาะจง
เกณฑ์คัดเข้าการศึกษา เกณฑ์คัดออกจากการศึกษา
- คลอดในโรงพยาบาลพระปกเกล้า - ใส่คาสายสวนหลอดเลือดน้อยกว่า 2 วันปฏิทิน
- ใส่สาย UAC,UVC,PICC line ใน NICU

