Page 298 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 298
F23
ผลการศึกษา
กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้ประกอบด้วยผู้คลอดจำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง
กลุ่มละ 30 คน โดยลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ มีอายุเฉลี่ยเท่ากัน
อยู่ที่ 23.64 ปี (SD = 4.74) โดยช่วงอายุที่พบมากที่สุดคือระหว่าง 20 – 25 ปี คิดเป็นร้อยละ 36 เท่ากัน
ในทั้งสองกลุ่ม ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมัธยมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 68 และ
ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพแม่บ้านหรือลูกจ้างทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 36 เท่ากัน ในด้านสุขภาพอนามัย กลุ่มตัวอย่าง
มีอายุครรภ์เฉลี่ยอยู่ที่ 38.58 สัปดาห์ (SD = 0.91) และ 38.56 สัปดาห์ (SD = 0.91) โดยส่วนใหญ่
อยู่ในช่วง 37 – 38 สัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ 64 สำหรับดัชนีมวลกายก่อนตั้งครรภ์ พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย
อยู่ที่ 21.66 (SD = 3.64) และกลุ่มควบคุมอยู่ที่ 20.24 (SD = 3.04) โดยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ
(18.6 – 24.9 kg/m²) เท่ากันในทั้งสองกลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 16 ส่วนในด้านน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์
กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 19.86 กิโลกรัม (SD = 5.01) และกลุ่มควบคุม 13.86 กิโลกรัม (SD = 5.00)
โดยส่วนใหญ่น้ำหนักเพิ่มขึ้นระหว่าง 11 – 15 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 48 เท่ากัน
ในส่วนของระดับยอดมดลูก ทั้งสองกลุ่มมีค่าเฉลี่ยเท่ากันที่ 29.40 เซนติเมตร (SD = 2.92)
โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 31 – 34 เซนติเมตร คิดเป็นร้อยละ 68 เท่ากันเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความสุขสบาย
ในระยะคลอดระหว่างกลุ่มทดลองที่ได้รับการใช้นวัตกรรม “HMON 3 ING” กับกลุ่มควบคุมที่ได้รับ
การพยาบาลตามปกติ พบว่า กลุ่มทดลองมีความสุขสบายสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01) โดยกลุ่มทดลอง
มีคะแนนเฉลี่ยความสุขสบายอยู่ที่ 48.24 คะแนน (SD = 8.19) ขณะที่กลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 31.32
คะแนน (SD = 9.77) นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มทดลองมีระยะเวลาการคลอดสั้นกว่ากลุ่มควบคุมในทั้งระยะที่ 2
ในระยะที่ 2 กลุ่มทดลองใช้เวลาเฉลี่ย 3.21 นาที (SD = 4.99) ในขณะที่กลุ่มควบคุมใช้เวลาเฉลี่ย 16.20 นาที
(SD = 4.46) สำหรับผลการประเมินความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรม “HMON 3 ING” พบว่าโดยรวมอยู่ใน
ระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.71 (SD = 0.56) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าทุกข้อมีคะแนน
ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 3.50 – 3.80) โดยข้อที่มีคะแนนสูงสุดคือ 1) การช่วยส่งเสริม
การสบตาระหว่างมารดากับทารก (eye-to-eye contact) และ 2) การช่วยลดระยะเวลาในการเบ่งคลอด
โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.80 (SD = 0.60)ข้อที่ได้รับคะแนนรองลงมา ได้แก่ 1) ความเหมาะสมของขนาด
และรูปร่างของหมอนต่อการใช้ในระยะคลอด และ 2) การช่วยเพิ่มความสุขสบายในการให้นมบุตร
ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากันที่ 3.76 (SD = 0.56) ส่วนลำดับที่สามคือ การช่วยให้ผู้คลอดสามารถสัมผัสทารกแบบเนื้อ
แนบเนื้อได้ง่ายขึ้น (early skin-to-skin contact) โดยมีค่าเฉลี่ย 3.74 (SD = 0.60)
อภิปรายผล
ผลการศึกษาพบว่า การใช้นวัตกรรม “HMON 3 ING” ในกลุ่มทดลองช่วยเพิ่มระดับความสุขสบาย
ในระยะคลอดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ซึ่งอธิบายได้จากการที่นวัตกรรม
ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการจัดท่าทางที่เหมาะสมระหว่างการคลอด เช่น การนั่งแบบแนวตั้งที่ช่วย
ให้ศีรษะและลำตัวสูง ส่งผลให้มดลูกและทารกอยู่ในแนวที่เหมาะสมต่อกระบวนการคลอด จึงลดความรู้สึก
ไม่สบายของผู้คลอด และช่วยให้ระยะคลอดสั้นลง โดยเฉพาะในระยะที่สองของการคลอด กลุ่มทดลอง

