Page 294 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 294
F19
การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์
โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร
นางสาวบุญยัง ขันทะหัด และคณะ
โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จังหวัดสกลนคร เขตสุขภาพที่ 8
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การคลอดก่อนกำหนด (Preterm birth) เป็นปัญหาที่สำคัญด้านสาธารณสุข จากการรายงาน
ขององค์การอนามัยโลกพบว่าในแต่ละปีจะมีทารกคลอดก่อนกำหนดประมาณ 15 ล้านคนทั่วโลก
และมีแนวโน้มสูงขึ้น (WHO, 2012) อุบัติการณ์คลอดก่อนกำหนดร้อยละ 5-8 ในกลุ่มนี้พบอายุครรภ์น้อยกว่า
28 สัปดาห์ร้อยละ 5.2 เป็นสาเหตุของทารกเสียชีวิต ทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะเกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งนำไปสู่
การเสียชีวิตใน 5 ขวบปีแรก ยังพบว่า 2 ใน 3 ของทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม
เป็นทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกในกลุ่มนี้อาจมีความพิการ ความผิดปกติทางการได้ยิน การมองเห็น
และพัฒนาการล่าช้า ทารกที่คลอดก่อนอายุครรภ์ 32 สัปดาห์มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะสมาธิสั้น
และโรคหลอดเลือดหัวใจ กลุ่มที่คลอดก่อนกำหนดพบ Low Birth Weight เป็น 16.3 เท่า พบ Birth asphyxia
เป็น 3.9 เท่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่คลอดครบกำหนด ประเทศไทยพบอุบัติการณ์การคลอดก่อนกำหนดประมาณ
ร้อยละ 8-12 หรือประมาณ 80,000 รายต่อปี เขตสุขภาพที่ 8 ปี พ.ศ. 2563 – 2565 พบว่าอัตราคลอด
ก่อนกำหนดร้อยละ 10.89, 10.00 และ 10.86 ตามลำดับ จังหวัดสกลนครพบอัตราการคลอดก่อนกำหนด
7.11, 7.78 และ8.89 ตามลำดับ โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต มีอัตราการคลอดก่อนกำหนด
1.90, 0.79 และ 0 หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการวินิจฉัยภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดในโรงพยาบาล
ปี พ.ศ.2563-2565 จำนวน 43, 34 และ41 ราย คิดเป็นอัตราร้อยละ10.31, 8.56 และ 16.27 ตามลำดับ
ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด (Preterm labour) เป็นภาวะแทรกซ้อนทางสูติศาสตร์
ของหญิงตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อย หญิงตั้งครรภ์ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เมื่อได้รับการรักษาด้วยยายับยั้ง
การหดรัดตัวของมดลูกอาจมีอาการข้างเคียง เช่นใจสั่น มือสั่น คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ น้ำท่วมปอด
ชีพจรเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำ และการพักผ่อนถูกรบกวนจากกิจกรรมการพยาบาล
ด้านจิตใจจะมีความเครียดและวิตกกังวล ครอบครัวโดยเฉพาะสามีมีความเครียดไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ
ได้เหมือนเดิม ซึ่งบางครอบครัวอาจมีรายได้ลดลง การดูแลทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีค่าใช้จ่ายสูง
ประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับปัญหาการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งทารกที่คลอดก่อนกำหนดมากกว่า 3 ใน 4
สามารถป้องกันได้
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์

