Page 293 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 293
F18
ปี พ.ศ. 2565 Revise แนวทางการรักษาโรคซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์ โรงพยาบาลระยอง 1.RPR คู่ CLIA
เป็นการส่งตรวจ ANC ทุกราย 2. ตรวจรักษาคู่สมรส 3. จัดตั้ง postpartum SY clinic โรงพยาบาลระยอง
ปี พ.ศ. 2566 จัดตั้งคณะทำงานพัฒนาการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ติดโรคซิฟิลิส และเพิ่มเติมแนวทาง
สำหรับคู่สมรส ดำเนินการขึ้นทะเบียน CPG
ปี พ.ศ. 2567 ประสานงานเชื่อมต่อกับอายุรแพทย์โรคติดเชื้อและเวชกรรมสังคมของโรงพยาบาล
ผลการศึกษา
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2567 ข้อมูลคลินิกฝากครรภ์โรงพยาบาลระยอง สตรีตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิสได้รับ
การรักษาทุกรายร้อยละ 100 และ คู่สมรสจะได้รับคำปรึกษาสูงถึงร้อยละ 91.8 ข้อมูลการคลอดโรงพยาบาล
ระยองพบอัตราการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ร้อยละ 0.8 และอัตราการเกิดทารกคลอดก่อนกำหนดเพียง
ร้อยละ 10.57 ในปี พ.ศ. 2567 และผลการติดตามคู่สมรสในสตรีตั้งครรภ์ติดโรคซิฟิลิสในปี พ.ศ. 2567
จำนวน 78 รายที่คลอดที่โรงพยาบาลระยอง พบคู่สมรสตรวจเลือดวินิจฉัยและหรือรักษาร้อยละ 54.9 และ
หย่าร้างร้อยละ 21.8 และสตรีตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิสตรวจติดตามหลังคลอดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 64.6
อภิปรายผล
แม้ว่าอัตราการติดเชื้อซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์ในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นแต่เมื่อมีการปรับปรุง
แนวทางการรักษา รวมถึงการรักษาคู่สมรสซึ่งอาจจะลดการกลับเป็นซ้ำรวมถึงการแพร่เชื้อ และวางระบบ
การรักษาให้ครบวงจร รวมถึงติดตามนัดหลังคลอดจนกว่าจะปกติ จะพบว่าภาวะแทรกซ้อนจากการติดโรค
ซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์โรงพยาบาลระยองลดลง จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2567 เปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2562 พบว่า
ทำให้พบอัตราการเสียชีวิตของทารกในครรภ์จากร้อยละ 5 ในปี พ.ศ. 2562 เหลือเพียงร้อยละ 0.8 ในปี
พ.ศ. 2567 และอัตราการเกิดทารกคลอดก่อนกำหนดจากร้อยละ 26.9 ในปีพ.ศ. 2562 เหลือเพียงร้อยละ
10.57 ในปี พ.ศ. 2567 และการรักษาคู่สมรสสูงขึ้นจากร้อยละ 15 ในปีพ.ศ. 2562 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 54.9
จะช่วยลดการแพร่เชื้อต่อไปในอนาคต
สรุปและข้อเสนอแนะ
1. นำแนวทางของโรงพยาบาลระยอง ไปพัฒนาในระดับจังหวัดผ่านงาน service plan ในเครือข่าย
ได้แก่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลและคลินิกเอกชน ร่วมด้วย
2. เน้นย้ำ ในการรักษาคู่สมรส Benzathine 2.4 mU IM อย่างน้อย 1 dose กรณีผลปกติ และ
การเจาะเลือดคู่สมรส รวมถึงการตรวจติดตาม แก้ไขข้อจำกัดเรื่องสิทธิ์การรักษาในการตรวจเลือดและรับยา
3. การให้ความสำคัญของการตรวจทั้ง Treponemal test and nontreponemal test พร้อมกัน
เช่น RPR/VDRL คู่ TPHA/CLIA จะเพิ่มการเข้าถึงการรักษาในกลุ่ม late latent syphilis ซึ่งจะไปตรวจเลือด
พบในไตรมาสสุดท้าย ส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์

