Page 51 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 51
A18
2. การพัฒนาแนวทาง (Do) นำข้อค้นพบมาพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วย STEMI เพื่อเข้าสู่ระบบ
STEMI Fast Pass โดยมุ่งเน้นการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในการวินิจฉัยและส่งตัวผู้ป่วย
ไปทำหัตถการที่ห้องสวนหัวใจเพื่อทำ PPCI ทันที จากการประสานงานระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพและเครือข่าย
อย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางทั้งผู้ป่วยที่มาจากโรงพยาบาลชุมชน ห้องฉุกเฉิน และหอผู้ป่วย
3. การทดลองใช้ (Check) นำระบบ STEMI Fast Pass มาใช้กับผู้ป่วย STEMI ทุกรายที่เข้ารับการรักษา
ที่โรงพยาบาลหนองคายระหว่างเดือนเมษายน 2567 ถึงมีนาคม 2568 จำนวนทั้งสิ้น 72 ราย แบ่งเป็น
กลุ่มก่อนพัฒนาระบบ 21 ราย และกลุ่มหลังพัฒนาระบบ 51 ราย
4. การประเมินผล (Act) ประเมินประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วย STEMI ที่ผ่านระบบ STEMI Fast Pass
โดยจากอัตราการเสียชีวิตและระยะเวลา Diagnosis to wire crossing time โดยเปรียบเทียบก่อนและหลัง
การพัฒนาระบบ
ผลการศึกษา
จากการศึกษาผู้ป่วย STEMI ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหนองคาย ระหว่างเดือนเมษายน 2567
ถึง มีนาคม 2568 จำนวนทั้งสิ้น 72 ราย แบ่งเป็นกลุ่มก่อนพัฒนาระบบ STEMI Fast Pass จำนวน 21 ราย
และกลุ่มหลังพัฒนาระบบจำนวน 51 ราย พบว่า 1.ค่าเฉลี่ยเวลา Diagnosis to wire crossing time ภายใน
90 นาที (กรณี walk in) ลดลงจาก 76.83 นาที เหลือ 57.62 นาที 2.ร้อยละเวลาตั้งแต่วินิจฉัย (STEMI) จนถึง
wire crossing ภายใน 90 นาที (กรณี walk in) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 69.23 เป็นร้อยละ 78.57 3.ค่าเฉลี่ยเวลา
Diagnosis to wire crossing time จากเครือข่าย ภายใน 120 นาที (กรณี refer) ลดลงจาก 137 นาที
เหลือ 109.41 นาที 4.ร้อยละเวลาตั้งแต่วินิจฉัย(STEMI)จนถึง wire crossing ภายใน 120 นาที (กรณี refer)
เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 89.18 5.ร้อยละผู้ป่วย STEMI ที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลลดลงจากร้อยละ 9.35
เหลือร้อยละ 4.86
อภิปรายผล
ผลการพัฒนาระบบ STEMI Fast Pass ในโรงพยาบาลหนองคาย แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลที่ชัดเจน
ในการลดระยะเวลา Diagnosis to wire crossing time ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยที่มาด้วยตนเอง (walk in)
และกลุ่มที่ส่งต่อจากเครือข่าย (refer) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย STEMI
ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การพัฒนาระบบดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการรักษามาตรฐานสากลที่มุ่งเน้น
การลดระยะเวลาในการเปิดหลอดเลือดหัวใจให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและเพิ่มอัตรา
การรอดชีวิต
สรุปและข้อเสนอแนะ
การพัฒนาระบบ STEMI Fast Pass ในโรงพยาบาลหนองคายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลผู้ป่วย STEMI
โดยสามารถลดระยะเวลา Diagnosis to wire crossing time และลดอัตราการเสียชีวิต ของผู้ป่วยซึ่งเป็นผลมาจาก
การลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน การประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ และเครือข่าย รวมถึง
การมีห้องปฏิบัติการสวนหัวใจในโรงพยาบาล

