Page 519 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 519

K44

                         2. เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์ อุปสรรคและความสามารถของการปฏิบัติ

                  พฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงกลุ่มทดลองก่อนและหลังการการใช้โปรแกรม และระหว่างกลุ่ม
                  ทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบก่อนและหลังการการใช้โปรแกรม


                  วิธีการศึกษา
                         รูปแบบการวิจัย: วิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research) ชนิดสองกลุ่มวัดผลก่อนและ

                  หลังการทดลอง (Two groups pretest posttest design) ระยะเวลาดำเนินการ 12 สัปดาห์

                         กลุ่มตัวอย่าง: ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดเกิน 200 mg/dl และ
                  ดัชนีมวลกายเกิน 23 กก/ม² ในเขตอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย จำนวน 2 ตำบล แบ่งเป็น

                                กลุ่มทดลอง: ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงตำบลเซิม จำนวน 40 คน
                                กลุ่มเปรียบเทียบ: ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงตำบลโพธิ์ จำนวน 40 คน

                         การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง ใช้วิธีวิเคราะห์อำนาจทดสอบ (Power Analysis) กำหนดขนาดอิทธิพล

                  ซึ่งอ้างอิงจากงานวิจัยของ สมหวัง โชติขุนทด (2558) ได้ค่า Effect size เท่ากับ 0.8 ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05
                  ใช้ Power of test ที่ระดับ 0.90 ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 80 คน

                         เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง :   SERM Model ประกอบด้วย S = Song (เพลง) E = Exercise
                  (การออกกำลังกาย) R = Reflection (การคืนข้อมูล) M = Model and Motivation (ต้นแบบและแรงจูงใจ)

                         เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล: แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบบันทึกค่าคลอเลสเตอรอลและ

                  ค่าดัชนีมวลกาย แบบสอบถามการรับรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง แบบสอบถามพฤติกรรมการปฏิบัติตัวของ
                  ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

                         การวิเคราะห์ข้อมูล: ใช้สถิติเชิงพรรณนา นำเสนอในรูปการแจกแจงความถี่ และค่าร้อยละ

                  สถิติเชิงอนุมาน Pair t-test และ Independent t-test
                         ขั้นตอนการดำเนินการ สำรวจข้อมูลผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีผลตรวจคลอเลสเตอรอล ปี 2564 – 2566

                  วิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์ปัญหา ประชุมชี้แจงโครงการเพื่อขอผู้ป่วยที่สมัครใจในการเข้าร่วมการวิจัย

                  เก็บข้อมูลตามแบบสอบถามก่อนการทดลอง  อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยตามแผนโปรแกรม SERM Model
                  ติดตามเยี่ยมให้คำแนะนำกลุ่มทดลองที่บ้าน เดือนละ 1 ครั้ง เก็บข้อมูลตามแบบสอบถามหลังการทดลอง

                  ครบ 12 สัปดาห์เจาะเลือดประเมินผลเพื่อดูระดับคลอเลสเตอรอล  แจ้งผลการตรวจระดับคลอเลสเตอรอล
                  ให้กับผู้ป่วยพร้อมถอดบทเรียนการดำเนินงาน


                  ผลการศึกษา
                         ผลการศึกษาด้านระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด จากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยความดันโลหิตสูงกลุ่มทดลอง

                  ที่ได้รับโปรแกรม SERM Model มีระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดก่อนการทดลองเฉลี่ยอยู่ที่ 254.72 mg/dl

                  (SD=37.83) และหลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยลดลงเหลือ 212.05 mg/dl (SD=40.56) คิดเป็นค่าเฉลี่ยที่ลดลง
                  ค่า Mean difference เท่ากับ 42.67 mg/dl ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโปรแกรม SERM Model มีผลต่อการลดระดับ

                  คลอเลสเตอรอลในเลือดของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   514   515   516   517   518   519   520   521   522   523   524