Page 687 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 687
P19
มัธยมศึกษา ร้อยละ 11.5 ประถมศีกษา ร้อยละ 6 อาชีพเกษตรกร ร้อยละ 17.5 ค้าขาย ร้อยละ 5
และอื่น ๆ ร้อยละ 2.5 ค่าเฉลี่ยการมารอคอยตรวจ < 2 .5 ชั่วโมง
ระดับความพึงพอใจ
แบบสอบถามความพึงพอใจ น้อย ปาน มาก ร้อยละ
ที่สุด น้อย กลาง มาก ที่สุด
1.ความพึงพอใจโดยรวมในบริการ 0 0 5 10 35 92
2.การลดค่าใช้จ่ายในการมาพบแพทย์ 0 0 0 0 50 100
3.ระยะเวลาของการมารอตรวจที่โรงพยาบาล 0 2 4 17 27 87.6
ใกล้บ้าน
4.สามารถซักถามอาการ ข้อสงสัยกับแพทย์ 0 2 7 18 23 84.8
5.การนัดติดตามอาการที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน 0 0 6 20 24 87.2
จำนวนผู้ป่วยที่นัดติดตามอาการ ผ่านบริการ telemedicineจำนวน 118 ราย (ส.ค 67 - ม.ค.68) ดังนี้
1.1 case S/P appendectomy = 32 ราย
1.2 case S/P hernioplasty = 28 ราย
1.3 Case S/P EGD colonoscope (good prognosis) = 48 ราย
1.4 S/P DB (good prognosis)= 9 ราย
1.5 S/P LC (good prognosis) = 1 ราย
อภิปรายผล
Telemedicine ได้กลายเป็นนวัตกรรมสำคัญในระบบสุขภาพทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการ
ระบาดของโควิด-19การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ดำเนินงานการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
ให้บริการแก่ผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ ปัจจุบันสามารถขยายกลุ่มบริการไปได้มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการ
และ ลดปัญหาหน้างาน เพิ่มประสิทธิภาพ ความสะดวก รวดเร็ว ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด ดังนั้นทางคลินิก
ศัลยกรรม ประยุกต์ใช้ระบบ telemedicine ให้ผู้ป่วยรอรับบริการที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เนื่องจากบางราย
ยังมีข้อจำกัดเรื่อง คลื่นสัญญาณทางอินเตอร์เน็ต
ปัจจัยความสำเร็จ คือ การทำงานเป็นทีม/ เครือข่าย
สรุปและข้อเสนอแนะ
ข้อจำกัดของการนัดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เจ้าของไข้ แพทย์บางท่านอาจจะยังไม่เล็งเห็น
ความสำคัญไม่เข้าใจแนวทางทำtelemedicine ไม่ได้นัดให้ จึงได้เสนอข้อมูลผลการดำเนินงาน3เดือน ผู้ป่วย
พึงพอใจในบริการผู้ป่วยลดการเดินทางมารอตรวจได้ มีความพร้อมของทีมประสานงานโรงพยาบาลเครือข่าย
เขตรอยต่อในการดูแลผู้ป่วยร่วมกันข้อเสนอแนะควรพัฒนาต่อยอดเป็นงานวิจัยเพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ
มากขึ้น และเป็นการพัฒนางานที่มีโรงพยาบาลเครือข่ายมีส่วนร่วม

