Page 855 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 855
V16
มีโรคประจำตัวร้อยละ 68.4 ความเข้มข้นเลือดน้อยกว่า 36 % ร้อยละ 89.5 เป็นผู้ป่วยรายใหม่ร้อยละ 73.7
ความร่วมมือในการรักษาสม่ำเสมอร้อยละ 78.9
สรุปและข้อเสนอแนะ
จากผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับผลการรักษาไม่สำเร็จของผู้ป่วยวัณโรคปอดโรงพยาบาล
นายแพทย์หาญ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (p<0.05) ได้แก่ อายุ ดัชนีมวลกาย ผู้ที่สูบบุหรี่ ปริมาณการ
สูบบุหรี่ โรคประจำตัว ความเข้มข้นเลือด และระยะเวลาในการเริ่มรักษาหลังจากมีอาการ ซึ่งสามารถนำข้อมูล
นี้ไปใช้ประโยชน์ในการเฝ้าระวังและหาแนวทางป้องกันการเกิดผลการรักษาไม่สำเร็จของผู้ป่วยวัณโรค
เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยวัณโรคของโรงพยาบาลวัดโบสถ์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ข้อจำกัดของการศึกษา
1. การศึกษาในครั้งนี้ศึกษาเฉพาะผู้ป่วยวัณโรคปอดเท่านั้น แต่โรงพยาบาลนายแพทย์หาญมีการรักษา
ผู้ป่วยทั้งวัณโรคปอดและวัณโรคนอกปอด และพบว่าผู้ป่วยวัณโรคนอกปอดบางรายมีผลการรักษาไม่สำเร็จ
เช่นกัน ดังนั้นควรมีศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อผลการรักษาวัณโรคในผู้ป่วยวัณโรคนอกปอดด้วย
2. การศึกษาปัจจัยในเรื่องความร่วมมือในการรักษา จะดูได้จากบันทึกในระบบ NTIP ซึ่งเจ้าหน้าที่
รพ.สต.เป็นผู้กรอกข้อมูล ซึ่งบางครั้งอาจได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ส่งผลกับความน่าเชื่อถือของผลการ
วิเคราะห์ข้อมูล
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา
1. การทำแบบประเมินความเสี่ยงในการดูแลผู้ป่วยวัณโรคที่ได้รับการวินิจฉัยครั้งแรก โดยนำ
ผลการวิจัยไปปรับใช้ ได้แก่ข้อมูลด้าน อายุ ดัชนีมวลกาย การสูบบุหรี่ โรคประจำตัว ความเข้มข้นเลือด
และระยะเวลาในการเริ่มรักษาหลังจากมีอาการ หากผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงดังกล่าว จะได้รับการดูแลรักษา
ตามแนวทางที่ได้กำหนดขึ้นตามความเหมาะสมและมีการติดตามความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
2. การทำแนวทางการดูแลผู้ป่วยวัณโรคที่ประเมินพบความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น
และแนวทางการติดตามหลังการหลังรักษา

