Page 851 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 851
V12
การประชุมระดมสมองและสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ ทีมสหวิชาชีพผู้ขับเคลื่อนงานวัณโรค
ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ จำนวนทั้งหมด 5 ราย ผู้ป่วยวัณโรค ญาติ และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)
จำนวน 4 ราย เก็บข้อมูลความร่วมมือในการใช้ยา ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง ระหว่างก่อนและหลังการ
พัฒนาระบบการดูแลรักษาวัณโรคด้วยระบบยาระยะสั้นแบบมีพี่เลี้ยง (DOTS) วิเคราะห์ข้อมูลโดย
การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Fisher’s Exact Test
ผลการศึกษา
กระบวนการพัฒนาระบบการดูแลรักษาวัณโรคด้วยระบบยาระยะสั้นแบบมีพี่เลี้ยง (DOTS) แบ่งเป็น
4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ [1] ขั้นตอนวางแผนการดำเนินการ; (1) วิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ โดยใช้กรอบ
แนวคิด Ecological Model พบปัญหาได้แก่ ผู้ป่วยขาดความตระหนักในการรับประทานยา เนื่องจากชอบดื่มสุรา
ญาติไม่สามารถพูดเตือนได้ ชุมชนขาดความตระหนักรู้เรื่องผู้ป่วยวัณโรค ขาดช่องทางการติดตามและสื่อสาร
ระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรการแพทย์ที่มีประสทธิภาพ ขาดการกำกับติดตามเยี่ยมบ้านที่ต่อเนื่อง
(2) การกำหนดแผนกลยุทธ์ โดยทีมสหวิชาชีพและการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและญาติ ภายใต้แนวคิด Shared
Decision Making (3) กำหนดเป้าหมายการดำเนินการร่วมกัน ระยะที่ [2] ขั้นตอนการปฏิบัติงาน; ดำเนินการ
ตามแผน ดังนี้ (1) ติดตามผู้ป่วยที่ขาดนัด โดยกำหนดให้โทรศัพท์ติดตามผู้ป่วย ภายใน 24 ชั่วโมงแรก
(2) กำหนดให้มีการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยวัณโรคปอดทุกรายประจำเดือน โดยสำรวจบริบทชุมชนและครอบครัว
ของผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาอย่างรอบด้าน (3) พัฒนาระบบ LINE Official Account เพื่อใช้ในการติดตาม
การรับประทานยา ผลข้างเคียงจากยา รวมถึงใช้สื่อสารระหว่างบุคลากรการแพทย์ อสม. ผู้ป่วยและญาติ
(4) บูรณาการร่วมกับงาน Smart อสม. ในการช่วยกำกับ ติดตามการใช้ยา และเป็นสื่อกลางในการใช้
LINE Official Account ในกรณีที่ผู้ป่วยและญาติไม่สามารถดำเนินการได้ (5) ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการงด
การจำหน่ายสุราให้ผู้ป่วยวัณโรค ระยะที่ [3] ขั้นตอนการตรวจสอบการดำเนินงาน; ใช้การสังเกต สัมภาษณ์
ความพึงพอใจ โอกาสในการพัฒนาจากทีมสหวิชาชีพ ผู้ป่วยและญาติ และกำหนดตัวชี้วัด ได้แก่ ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา
ให้ความร่วมมือในการรับประทานยาร้อยละ 100 ระยะที่ [4] ขั้นตอนการประเมินผล พบว่าเกิดระบบการดูแล
รักษาวัณโรคด้วยระบบยาระยะสั้นแบบมีพี่เลี้ยง (DOTS) โดยใช้ LINE Official Account โดยมีส่วนร่วมจาก อสม.
และชุมชน เกิดช่องทางการสื่อสารที่สะดวกระหว่างบุคลากรการแพทย์ที่สามารถใช้ติดตามการใช้ยาและอาการ
ข้างเคียงจากยา ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาให้ความร่วมมือในการรับประทานยาและรักษาครบตามระยะเวลาที่กำหนด
เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 100 (p<0.001)
อภิปรายผล
การพัฒนาระบบการดูแลรักษาวัณโรคด้วยระบบยาระยะสั้นแบบมีพี่เลี้ยง (DOTS) อย่างมีส่วนร่วม
จากชุมชน โดยใช้ LINE Official Account ภายใต้แนวคิด Ecological Model และ Shared Decision
Making สามารถช่วยจัดการและแก้ปัญหาการให้บริการได้ เนื่องจากเป็นการช่วยคิด วิเคราะห์การดำเนินงาน
ทั้งระบบ พิจารณาทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง และการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและผู้ดูแลนั้น ทำให้ได้รูปแบบ
การให้บริการที่เหมาะสมกับผู้ป่วยและผู้ดูแล ได้รับการยอมรับ ได้รับความร่วมมือในการรักษาที่ดี

