Page 853 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 853
V14
ปัจจัยที่มีผลต่อการรักษาไม่สำเร็จของผู้ป่วยวัณโรคปอด
โรงพยาบาลนายแพทย์หาญ จังหวัดยโสธร
นางสาววัชรินทร์ วงศ์ธรรมา
โรงพยาบาลนายแพทย์หาญ จังหวัดยโสธร เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
วัณโรคเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย องค์การอนามัยโลกจัดให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 14
ประเทศของโลกที่มีภาระวัณโรค วัณโรคที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีและวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูง
จากการคาดประมาณขององค์การอนามัยโลก ปี 2566 ประเทศไทยมีอุบัติการณ์ผู้ป่วยวัณโรครายใหม่
และกลับมาเป็นซ้ำ 119,000 ราย ผู้ป่วยวัณโรคที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี 10,000 ราย และผู้ป่วยวัณโรค
ดื้อยา RR/MDR-TB 4,700 ราย สำนักวัณโรครายงานผลการดำเนินงานวัณโรคของประเทศไทยปี 2566
จากการทบทวนงานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรักษาไม่สำเร็จของผู้ป่วยวัณโรค
ปอดหลายปัจจัย กล่าวคือมีปัจจัยด้านบุคคลได้แก่ เพศ อายุ โรคประจำตัว การใช้สารเสพติด ภาวะโลหิตจาง
และปัจจัยด้านความรุนแรงของโรคได้แก่ การเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา การเริ่มรักษาล่าช้า
ผลการย้อมเสมหะ เป็นต้น งานวิจัยของ พนารัตน์ บูรณะชนอาภา ได้ทำการศึกษาเรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อ
sputum non-conversion หลังสิ้นสุดการรักษาวัณโรคเดือนที่ 2 คลินิกวัณโรค โรงพยาบาลพุทธชินราช
พิษณุโลก ในปี 2556 พบว่าปัจจัยเสี่ยงส่งผลต่อผลเสมหะที่เป็นบวกเมื่อสิ้นสุดการรักษาวัณโรคเดือนที่ 2 ได้แก่
ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AOR; 95%CI 5.22 (2.44 - 11.15) ภาวะเสพติดสารใด (AOR 6.21 (2.59 - 18.84)
และการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ (AOR 2.52 (1.24 - 5.09) นอกจากนี้ยังพบปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อ
ผลการรักษาได้แก่ ประวัติครอบครัว ขนาดครัวเรือน ดังเช่นการศึกษาของ Mohammadzadeh และคณะ
(2012-2013) ในประเทศอิหร่าน ศึกษาเรื่องปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการรักษาวัณโรคล้มเหลว ผลการศึกษาพบว่า
ปัจจัยที่มีผลต่อผลการรักษาไม่สำเร็จคือ มีโรคติดเชื้ออื่น ๆ ร่วมด้วย (OR 9.35; 95% CI: 3.01–29.1),
เป็นเพศชาย (OR 5.03; 95% CI: 1.58–16.1), ประวัติครอบครัวเป็นวัณโรค (OR 0.21; 95% CI: 0.05–0.96)
และขนาดครัวเรือน (OR 1.21; 95% CI: 0.99–1.48) ผลการดำเนินงานเรื่องการดูแลผู้ป่วยวัณโรคปอด
ของโรงพยาบาลนายแพทย์หาญที่ผ่านมา ยังไม่ดีเท่าที่ควรดังที่กล่าวข้างต้น ผู้ป่วยยังมีอัตราตายที่สูง
เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยครั้งและเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดความ
สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพยากรในการรักษาผู้ป่วยค่อนข้างมาก ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาในเรื่องปัจจัย
ที่มีความสัมพันธ์กับผลการรักษาสำเร็จของผู้ป่วยวัณโรคปอด เพื่อหาแนวทางในการป้องกันผลการรักษา
ไม่สำเร็จในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเป็นการพัฒนามาตรฐานการดูแลผู้ป่วย เพิ่มอัตราการรักษาสำเร็จและช่วยให้
คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคดีขึ้น

