Page 878 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 878
W18
เครื่องมือ
1. แบบสัมภาษณ์ความรู้ความเข้าใจโรคหลอดเลือดสมอง ประกอบด้วย 3 ส่วน
1) ข้อมูลส่วนบุคคล
2) ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 14 ข้อ ข้อคำถามเป็น
เลือกตอบตามความเข้าใจ
3) พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 12 ข้อ คำถามเป็นเลือกตอบการปฏิบัติ
ทำเป็นประจำ หมายถึง ทำตั้งแต่ 5 วันขึ้นไป และ ทำเป็นบางครั้ง หมายถึง ทำ 2-4 วัน/สัปดาห์
ขั้นตอนดำเนินการ
ขั้นเตรียมการ : ศึกษา สภาพและปัญหาของการดำเนินงานและพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพใน
โรคหลอดเลือดสมองที่อำเภอท่าสองยาง จากการทบทวนอุบัติการณ์ วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุของการเกิด
โรคหลอดเลือดสมองจากประวัติการมารับการรักษาที่โรงพยาบาลท่าสองยางในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาและใช้
แบบสัมภาษณ์ความรู้ความเข้าใจโรค ในประเด็นความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือน และพฤติกรรมเสี่ยงต่อ
การเกิดโรคหลอดเลือดสมองกับกลุ่มตัวอย่าง สมอง และการสัมภาษณ์เชิงลึกประเด็นการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
ในบุคคลสำคัญ
ขั้นดำเนินการ : 1. วางแผน โดยผู้วิจัยนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหาให้กับชุมชน และ
จัดทำแผนโดยใช้วิธีการโดยการระดม สมอง และจัดทำแผนปฏิบัติการ โดยใช้เครื่องต้นไม้ปัญหา และสรุปผล
การระดม สมอง การจัดทำแผนการดำเนินงานไวใน 3 ระดับ ไดแก ระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน
2. พัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในชุมชนของอำเภอท่าสองยาง โดยการ
จัดประชุมเชิงปฏิบัติแบบมีส่วนร่วมเพื่อพิจารณารูปแบบที่ร่างขึ้นมาโดยใช้ข้อมูลจากขั้นตอนที่ 1 ได้แก่ การให้
ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง การทำแนวทางการเข้าถึงบริการของโรคหลอดเลือดสมอง การเข้าถึงบริการ
รับยาของผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง และ 3.ประเมินผลรูปแบบ โดยนำรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ
เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในชุมชนที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในชุมชนเป้าหมาย ผ่านผู้นำชุมชนในประชาสัมพันธ์
และรณรงค์ในหมู่บ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นพี่เลี้ยง และประสานงานกับทีมวิจัย
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาประกอบด้วยค่าร้อยละ
2. ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาตามประเด็นการสัมภาษณ์เชิงลึก
ผลการศึกษา
รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในชุมชนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย
1) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 2) การสร้างความรู้ความเข้าใจในชุมชนเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง
3) การเข้าถึงบริการยารักษาโรคเรื้อรัง 4) การมีแนวทางการเข้าถึงบริการทันเวลาเมื่อเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
ส่งผลให้ชุมชนมีความรู้ในเรื่องปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น โดยค่าเฉลี่ยร้อยละอยู่ที่ 57.88 และ
ความรู้สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง ค่าเฉลี่ยร้อยละอยู่ที่ 40.30 ชุมชนมีการประชาสัมพันธ์ปัจจัยเสี่ยง
และสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองผ่านเสียงตามสายในชุมชนสัปดาห์ละครั้งเป็นเวลา 2 เดือน และ
ในการประชุมแจ้งข่าวสารของชุมชน มีระบบการถึงเข้าถึงยาโรคเรื้อรังโดย ก่อนถึงวันนั้น 2 สัปดาห์ให้มาแจ้ง
ชื่อและวัดความดันโลหิตที่สถานบริการสาธารณสุขในชุมชน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะส่งต่อข้อมูลประสาน
มายังโรงพยาบาลท่าสองยางเพื่อพิจารณาจัดส่งยาให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนำมาให้บริการในพื้นที่ และ
มีแนวทางทางการเข้าถึงบริการทันเวลาเมื่อเกิดโรคหลอดเลือดสมองโดยถ้าพบคนที่มีอาการสงสัย
โรคหลอดเลือดสมองให้แจ้ง อาสาสมัครสาธารณสุข ผู้นำชุมชน หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการให้ความ
ช่วยเหลือและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลท่าสองยางโดยเร็วที่สุด

