Page 887 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 887

W27

                         2.2 หลักการตรวจวัด น้ำยาและสารเคมี ที่ใช้ในการทดสอบ lipid profile
                         (1) น้ำยาสำหรับการตรวจวัด Total cholesterol เป็นน้ำยาสำเร็จรูปพร้อมใช้ ของบริษัท Beckman

                  coulter ใช้หลักการตรวจวัด โดยวิธี enzymatic method
                         (2) น้ำยาสำหรับการตรวจวัด Triglyceride เป็นน้ำยาสำเร็จรูปพร้อมใช้ ของบริษัท Beckman
                  coulter ใช้หลักการตรวจวัด โดยวิธี enzymatic method
                         (3) น้ำยาสำหรับการตรวจวัด High Density Lipoprotein Cholesterol (HDL - C)

                  เป็นน้ำยาสำเร็จรูปพร้อมใช้ ของบริษัท Beckman coulter ใช้หลักการตรวจวัด โดยวิธี enzymatic method
                         (4) น้ำยาสำหรับการตรวจวัด Low Density Lipoprotein Cholesterol (LDL - C)
                  เป็นน้ำยาสำเร็จรูปพร้อมใช้ ของบริษัท Beckman coulter ใช้หลักการตรวจวัด โดยวิธี enzymatic method

                  3. สูตรคำนวณสำหรับหาค่า Low Density Lipoprotein Cholesterol (LDL-C)
                         (1) LDL - C = TC - HDL - TG/5 โดย Friedewald’s formula
                         (2) LDL - C = (0.9)TC – (0.9xTG/5) - 28 โดย Anandaraja’s formula
                         (3) LDL - C = TC-HDL - TG/6 โดย Puawilai’s formula
                         (4) LDL - C = TG-HDL - TG/6.85 โดย Vujovic’s formula


                  ผลการศึกษา
                                 ผลการศึกษาข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างโดยนำความสัมพันธ์และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
                  (Pearson’s correlation) และใช้สถิติ pair t-test ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของ
                  LDL-C ที่ได้จาการตรวจวัดโดยตรงและการคำนวณ พบว่าความสัมพันธ์ของค่า LDL cholesterol ที่ได้จาก

                  การคำนวณด้วยสมการ 4 สมการ พบว่า ทุกสมการมีความสัมพันธ์ทางบวกกับวิธีวัดโดยตรง อย่างมีนัยสำคัญ
                  ทางสถิติ (p<0.01) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างค่า LDL cholesterol ที่ได้จากการวัดค่าโดยตรง
                  กับค่า LDL cholesterol ที่ได้จากการคำนวณด้วยสมการ โดยแยกเป็นกลุ่มที่มีค่า Triglyceride น้อยกว่า 400 mg/dl
                  พบว่า Friedewald’s formula, Anandaraja’s formula, Puavilai’s formula และ Vujovic’s formula ให้

                  ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ เท่ากับ 0.9391 0.8909 0.9489 0.9536 ตามลำดับในขณะที่ผลการตรวจ lipid
                  profile ของผู้ป่วยที่มีผลการตรวจ Triglyceride มากกว่า 400 mg/dl พบว่ามีความแตกต่างกันอย่าง
                  มีนัยสำคัญทางสถิติ ให้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ลดลง เท่ากับ 0.7751 0.7939, 0.7733, 0.7691 ตามลำดับ

                  อภิปรายผล
                         จากการศึกษาเปรียบเทียบการตรวจ LDL cholesterol  ด้วยวิธีตรวจวัดโดยตรงด้วยวิธี enzymatic

                  method กับการตรวจ LDL cholesterol โดยวิธีคำนวณ จำนวน 4 สูตร ได้แก่ Friedewald’s formula,
                  Anandaraja’s formula, Puavilai’s formula และ Vujovic’s formula พบว่า ค่า LDL cholesterol ที่ได้
                  จากวิธีการคำนวณที่มีค่า Triglyceride น้อยกว่า 400 mg/dl ทุกสมการให้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สูง
                  ใกล้เคียงกับวิธีการตรวจวัดโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) สามารถนำมาประยุกต์มาใช้

                  ในการตรวจวิเคราะห์ประจำวันได้ ในขณะที่ค่า Triglyceride มากกว่า 400 mg/dl พบว่ามีความแตกต่างกัน
                  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ให้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ลดลง ทำให้การตรวจ LDL cholesterol ที่ได้
                  จากการคำนวณโดยใช้สูตรมีความคลาดเคลื่อนมากจึงยังจำเป็นต้องใช้การตรวจวัด LDL cholesterol ที่ได้

                  จากการวัดค่าโดยตรงเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้อง
   882   883   884   885   886   887   888   889   890   891   892