Page 890 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 890
W30
ผลการศึกษา
จากการทดลองใช้งานนวัตกรรมก้าวตามไป พิชิตภัย Stroke ร่วมกับการโปรแกรมฝึกเดินในผู้ป่วย
ที่เข้าร่วมการศึกษา ทั้งหมด 30 คน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า อาสาสมัครผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนใหญ่
เป็นเพศชาย ร้อยละ 63.33 อายุเฉลี่ย 68.63 +6.642 ปี มีช่วงวัยสูงอายุขึ้นไป เป็นโรคหลอดเลือดสมองประเภท
หลอดเลือดตีบ โดยมีร่างกายข้างซ้ายที่อ่อนแรง และเป็นผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว เมื่อปรียบเทียบผลการเปลี่ยนแปลง
มีอาสาสมัครที่เข้าร่วมการศึกษามีระดับความสามารถในการเดิน และระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตร
ประจำวันเพิ่มขึ้น ดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ระดับความสามารถในการเดิน และระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ก่อนและ
หลังการทดลองใช้งานนวัตกรรมในกลุ่มตัวอย่าง (N = 30)
ก่อนการ
ตัวแปร หลังทดลอง p-value
ทดลอง
ระดับความสามารถในการเดิน
ค่าเฉลี่ย + ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.90 + 0.845 6.47 + 0.973 p<0.001*
ค่ามัธยฐาน 3.00 7.00
ต่ำสุด-สูงสุด 2-5 5-8
ระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน
ค่าเฉลี่ย + ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 14.07 + 1.311 18.80 + 1.064 p<0.001*
ค่ามัธยฐาน 14.00 19.00
ต่ำสุด-สูงสุด 11-16 16-20
*สถิติทดสอบ Paired t-Test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
อภิปรายผล
จากการศึกษาการใช้นวัตกรรม “ก้าวตามไป พิชิตภัย Stroke” ร่วมกับโปรแกรมฝึกเดิน ซึ่งเป็นรูปแบบ
การฝึกเดินข้ามสิ่งกีดขวางในระดับความสูงต่างๆ ช่วยเพิ่มระดับความสามารถในการเดิน และระดับความสามารถใน
การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันให้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีปัญหากล้ามเนื้อขาอ่อนแรงข้างที่มีพยาธิสภาพหลัง
จากากรฝึกครบตามโปรแกรมการฝึกเดิน ซึ่งเป็นรูปแบบการฝึกเดินในที่ที่มีอุปสรรค และเป็นรูปแบบที่ยังไม่มีการ
นำมาศึกษาถึงผลการใช้งานอย่างเป็นทางการมาก่อน แต่ผลการฝึกเดินนั้นคล้ายกับการศึกษาของ เบญจพร ในปี
2563 พบว่า การฝึกเดินในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกช่วยเพิ่มสมรรถภาพการฟื้นฟูด้านระดับความสามรถในการเดินและ
ระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การศึกษาของ รัตนาพรรธณ์ และคณะ ในปี 2555 พบว่า
การฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์ฝึกเดินนั้นสามารถเพิ่มระดับความสามารถในการเดิน และระดับความสามารถในการปฏิบัติ
กิจวัตรประจำวันให้กับผู้ป่วยได้ แต่ต้นทุนการนำหุ่นยนต์มาใช้ฝึกการเดินนั้นมีขนาดใหญ่ ไม่สะดวกในกาพกพา
ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง จึงอาจเป็นอุปสรรคในงบประมาณของบริบทโรงพยาบาลขนาดเล็ก หรือโรงพยาบาล
ชุมชนได้
สรุปและข้อเสนอแนะ
นวัตกรรม “ก้าวตามไป พิชิตภัย Stroke” ร่วมกับโปรแกรมฝึกเดิน สามารถใช้ฟื้นฟูสมรรถภาพ
ทางการแพทย์ ช่วยเพิ่มระดับความสามารถในการเดิน และระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน
ให้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีปัญหากล้ามเนื้อขาอ่อนแรงข้างที่มีพยาธิสภาพหลังจาการฝึก
ครบตามโปรแกรมการฝึกเดิน เป็นนวัตกรรมที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาสะดวก และ
สามารถนำไปใช้ในสถานที่ต่างๆ ได้ง่าย หากมีโอกาสในการพัฒนาการศึกษาในครั้งต่อไป ผู้วิจัยจะนำไป
ประยุกต์ใช้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคอื่นๆ ที่มีปัญหากล้ามเนื้อขาอ่อนแรง เช่น ผู้ป่วยเข่าเสื่อม ผู้สูงอายุ
ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน และจะทำการขยายผลของการฝึกในระยะยาว เช่น ผลของการเปลี่ยนแปลงหลังจาก
การใช้นวัตกรรมร่วมกับการฝึกเดิน ในระยะเวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อนำไปพัฒนาหรือ
ประยุกต์นวัตกรรม “ก้าวตามไป พิชิตภัย Stroke” ร่วมกับโปรแกรมฝึกเดิน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

