Page 895 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 895

W35

                  วิธีการศึกษา
                         1. พัฒนาศักยภาพหมอคนที่ 1 จำนวน 30 คน ให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง อาการเตือน

                  ของโรคหลอดเลือดสมองและความรู้เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือ โดยใช้โปรแกรมการเยี่ยมบ้าน 5 ครั้ง
                  คุณภาพ สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นโดยกลุ่มงานพัฒนาคุณภาพ
                  และรูปแบบบริการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร (คู่มือเยี่ยมบ้าน กลุ่มเสี่ยง Stroke STEMI Hip
                  fracture สำหรับ อสม.) ประกอบด้วย

                         การเยี่ยมบ้านครั้งที่ 1 เตือนตนให้รู้
                         การเยี่ยมบ้านครั้งที่ 2 มีความรู้คู่กาย เยี่ยมห่างจากครั้งที่ 1 นาน 2 สัปดาห์
                         การเยี่ยมบ้านครั้งที่ 3 มุ่งหมายทบทวน เยี่ยมห่างจากครั้งที่ 2 นาน 2 สัปดาห์

                         การเยี่ยมบ้านครั้งที่ 4 ย้ำเตือนให้จำ เยี่ยมห่างจากครั้งที่ 3 นาน 2 สัปดาห์
                         การเยี่ยมบ้านครั้งที่ 5 ย้ำเตือนอีกครั้งให้จำตลอดไป เยี่ยมห่างจากครั้งที่ 4 นาน 2 สัปดาห์
                  ประเมินความรู้หมอคนที่ 1 ก่อนและหลังการพัฒนา โดยใช้แบบประเมินความรู้เรื่อง โรคหลอดเลือดสมองสำหรับ อสม.
                         2. หมอคนที่ 1 ออกเยี่ยมบ้านกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคหลอดเลือดสมองตำบลไทยเจริญ ซึ่งเป็นผู้ป่วย
                  โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่มีผลการประเมิน CV Risk score อยู่ในระดับสูงมากและสูงอันตราย

                  ทั้งหมดจำนวน 32 คน ตามโปรแกรมการเยี่ยมบ้าน 5 ครั้งคุณภาพ ประเมินความรู้กลุ่มเสี่ยงก่อนและหลังเยี่ยม
                  บ้านครบตามโปรแกรม โดยใช้แบบสอบถามความรู้เรื่อง โรคหลอดเลือดสมองสำหรับกลุ่มเสี่ยง
                         3. ติดตามการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและการเข้าถึงบริการในกลุ่มเสี่ยง หลังดำเนินการครบ 6 เดือน

                  ผลการศึกษา

                         1. ผลการพัฒนาศักยภาพหมอคนที่ 1 (อสม.) ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ความรู้เกี่ยวกับ
                  อาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมองและความรู้เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือ ก่อนการอบรม พบว่า หมอคน
                  ที่ 1 มีคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองมากที่สุดอยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 60.0  คะแนนความรู้
                  เกี่ยวกับอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมองมากที่สุดอยู่ในระดับดี ร้อยละ 53.33 คะแนนความรู้การขอ

                  ความช่วยเหลือมากที่สุดอยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 63.33 และหลังการอบรมพบว่า มีคะแนนความรู้เกี่ยวกับ
                  โรคหลอดเลือดสมองมากที่สุดอยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 86.67 คะแนนความรู้เกี่ยวกับอาการเตือนของ
                  โรคหลอดเลือดสมองมากที่สุดอยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 80.0 คะแนนความรู้การขอความช่วยเหลือมากที่สุดอยู่
                  ในระดับดีมาก ร้อยละ 70

                         2. ผลการประเมินความรู้กลุ่มเสี่ยง ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ความรู้เกี่ยวกับอาการเตือน
                  ของโรคหลอดเลือดสมองและความรู้เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือ ก่อนได้รับการเยี่ยมบ้าน พบว่า กลุ่มเสี่ยง
                  มีความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองมากที่สุดอยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 59.3 ความรู้เกี่ยวกับอาการเตือนของ

                  โรคหลอดเลือดสมองมากที่สุดอยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 60.5 ความรู้เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือมากที่สุด
                  อยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 75.0 และหลังการได้รับการเยี่ยมบ้าน 5 ครั้งคุณภาพ พบว่า มีความรู้เกี่ยวกับ
                  โรคหลอดเลือดสมองมากที่สุดอยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 56.25  ความรู้เกี่ยวกับอาการเตือนของโรคหลอดเลือด
                  สมองมากที่สุดอยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 50.0 ความรู้เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือมากที่สุดอยู่ในระดับดีมาก
                  ร้อยละ 59.38

                         3. หลังการติดตามกลุ่มเสี่ยง 6 เดือนหลังได้รับการเยี่ยมบ้านครบ 5 ครั้งคุณภาพ พบว่า ไม่พบการ
                  เกิดโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการ
   890   891   892   893   894   895   896   897   898   899   900