Page 1026 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 1026
W18
Do (D) : บันทึกข้อมูลในระบบ WaRN หลังให้บริการในคลินิกวาร์ฟารินทุกสัปดาห์ และประมวลผล
ร้อยละ INR เข้าเป้าหมายของการรักษา (% INR in target) และ ร้อยละของระยะเวลาที่ค่า INR อยู่ในช่วง
รักษามีค่าสูงสุด(%Time in Therapeutic Range : % TTR) ทุกๆ 3 เดือน โดยแจ้งให้แพทย์ทราบเป็นระยะๆ
ทุก 3 เดือน
Study (S) : หลังจากมีการบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน จึงพบว่า %INR in target และ
%TTR ของผู้ป่วยยังไม่อยู่ในระดับที่ดีหรือมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบว่ายังขาดการบันทึก
ข้อมูล Preventable ADE และขาดการบันทึกการประเมินความรู้ของผู้ป่วยเกี่ยวกับยาวาร์ฟาริน
Act (A) : ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2567 เพิ่มเติมการบันทึกข้อมูล Preventable ADE ในโปรแกรม
Warfarin Registry Network และพัฒนากระบวนการให้การบริบาลและติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหา
สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรักษาระดับค่า INR ได้ และเน้นย้ำผู้ป่วยถึงการใช้ยา การอ่านฉลากและ
ความสำคัญของการมาเจาะเลือดตามนัด
ผลการศึกษา
ช่วงปี พ.ศ.2561 – 2562 หลังจากที่มีการปรับรูปแบบการจากการให้บริการเป็นการให้บริบาลทางเภสัชกรรม
โดยปรับให้มีเภสัชกรไปทำ Pre-counseling ที่คลินิกร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ส่งผลให้ร้อยละ TTR มีแนวโน้มเพิ่ม
สูงขึ้น จากร้อยละ 55.28 เป็น 59.54 ต่อมาในช่วงปี พ.ศ.2563 - พ.ศ.2565 เกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ
เชื้อโควิด 19 ปรับระบบลดการ contact โดยการทำ Post-Counseling ที่ห้องจ่ายยา หลังจากแพทย์ตรวจเสร็จ ทำ
ให้ผลของร้อยละ TTR มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปีพ.ศ.2566 จนถึงปัจจุบัน ปรับระบบกลับมาทำในรูป
แบบเดิมคือ ผู้ป่วยที่เข้าร่วมในคลินิกวาร์ฟาริน จะได้รับการ Pre-counseling ก่อนพบแพทย์ทุกราย เมื่อเภสัชกร
พบปัญหาจะเขียนบันทึกให้แพทย์พิจารณาก่อนตรวจ และ Post-counseling ก่อนจ่ายยาให้ผู้ป่วยกลับบ้านทุกราย
ส่งผลให้ร้อยละ TTR กลับมามีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในช่วงปี พ.ศ.2561 - พ.ศ.2562 ที่มีการปรับรูปแบบ
การให้บริบาลเภสัชกรรม เป็น Pre - counseling
ก่อนส่งพบแพทย์ และทำ Post - Counseling
ทบทวนขนาดยาที่แพทย์สั่ง อธิบายการใช้
ยาโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการปรับขนาดยาวาร์ฟาริน
ส่งผลให้ร้อยละจำนวนครั้งที่ค่า INR<1.5 และINR
> 5 มีแนวโน้มลดลง ในช่วงปี พ.ศ.2563 ถึง 2565

