Page 117 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 117

C8

                     การพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตภายใต้บริบทระบบดิจิทัลสุขภาพ จังหวัดมหาสารคาม



                                                             นางจุลินทร ศรีโพนทัน, นายอนันตเดช วงศรียา และคณะ
                                                          โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เขตสุขภาพที่ 7

                                                                                               ประเภท วิชาการ


                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                         การส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาลเป็นกระบวนการสำคัญในการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการรักษา
                  ที่เหมาะสมและทันท่วงที โดยเฉพาะในกรณีผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม จากการทบทวนข้อมูลในจังหวัด

                  มหาสารคาม พบว่าการประสานงานและการติดตามอาการผู้ป่วยระหว่างการส่งต่อยังมีข้อจำกัด เช่น การขาดระบบ

                  เฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ และการสื่อสารที่ไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
                         สถิติการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน (Refer out) จากโรงพยาบาลมหาสารคามในปี 2565-2566

                  มีจำนวน 421 และ 558 ราย ตามลำดับ แต่มีการขอคำปรึกษาแพทย์ระหว่างส่งต่อเพียง 7 และ 8 ครั้ง

                  ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบอุบัติการณ์ผู้ป่วยทรุดลงขณะส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชนในระดับความเสี่ยง
                  ระดับ H จำนวน 5 ราย จาก 13,597 ราย ในปี 2565 และ 3 ราย จาก 10,244 ราย ในปี 2566 เพื่อเพิ่ม

                  ความปลอดภัยในการส่งต่อผู้ป่วย จังหวัดมหาสารคามจึงได้พัฒนาระบบส่งต่อบนรถพยาบาลด้วยเทคโนโลยี
                  ติดตามสถานะผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ และจัดตั้งศูนย์บริหารและควบคุมรถพยาบาล (Ambulance Management

                  and Control: AMAC) เพื่อเฝ้าระวังและให้คำปรึกษาระหว่างการส่งต่อ สอดคล้องกับเป้าหมาย 3P Safety

                  (Patient, Personnel, People)

                  วัตถุประสงค์การศึกษา

                         1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินด้วยเทคโนโลยีติดตามสถานะ
                  ผู้ป่วยแบบเรียลไทม์

                         2. ลดอุบัติการณ์การเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ (Adverse event) ขณะส่งต่อผู้ป่วยระดับ GHI น้อยกว่า
                  ร้อยละ 0.5 ในปี 2568


                  ตัววัดความสำเร็จที่สำคัญ
                         1. อัตราการเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ (Adverse event) ขณะส่งต่อผู้ป่วยระดับ GHI น้อยกว่าร้อยละ 0.5

                         2. อัตราการคงสภาพผู้ป่วยระหว่างการส่งต่อ (Patient Stabilization Rate During Transfer)

                         3.จำนวนการใช้งาน Telemedicine ระหว่างการส่งต่อ ในผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน≥ ร้อยละ 80

                  วิธีการศึกษา

                         การศึกษานี้ใช้กระบวนการพัฒนาคุณภาพ (Quality Improvement Process) โดยประยุกต์ใช้
                  แนวคิด PDSA (Plan-Do-Study-Act) ในการดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงระบบส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน

                  ผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์ การออกแบบระบบ การทดลองใช้งาน และการประเมินผลในแต่ละวงรอบ

                  รวมถึงการฝึกอบรมและเสริมสร้างสมรรถนะของทีมส่งต่อและผู้ประสานงานศูนย์ AMAC.
   112   113   114   115   116   117   118   119   120   121   122