Page 155 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 155
C46
ผลการศึกษา
ลำดับ ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ค่า ก่อน หลัง
เป้าหมาย ดำเนินการ ดำเนินการ
1 อัตราการวินิจฉัยเบื้องต้นที่ถูกต้องจากข้อมูลผู้แจ้งเหตุ ≥ 80% 62% 96%
ผ่านระบบ Line OA และได้รับการดูแลตามมาตรฐาน
2 อัตราการรอดชีวิตในภาวะฉุกเฉินจากการเข้าถึง ≥ 10– 0% 54.54%
การรักษาได้เร็วขึ้น (เป้าหมายเพิ่มขึ้น 10–20%) 20% (6/0ราย) (11/6ราย)
3 อัตราการเข้าถึงบริการผ่าน Line OA ER ของกลุ่ม ≥ 60% 12% 68%
ผู้ป่วย NCDs (เปรียบเทียบกับการใช้ 1669)
4 อัตราการเข้าถึงบริการผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ≥ 60% 24% 60.5%
(Stroke) ภายใน 3 ชั่วโมง
5 อัตราการเข้าถึงบริการผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ≥ 60% 28% 62%
เฉียบพลัน (STEMI) ภายใน 2 ชั่วโมง
6 อัตราการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพกับภาคี ≥ 60% 48% 74%
เครือข่ายในภาวะฉุกเฉินของกลุ่ม NCDs
7 ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่อระบบ LineOA ER ≥ 80% 45.3% 88.75%
อภิปรายผล
จากการดำเนินโครงการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่าน Line Official Account
(EMS PHAKDEE SIREN ER) ของโรงพยาบาลภักดีชุมพล พบว่า มีผลลัพธ์ที่ดีในหลายด้าน โดยเฉพาะการดูแล
กลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในพื้นที่ห่างไกลคุณภาพการวินิจฉัย เบื้องต้นดีขึ้นจาก 62% เป็น 96%
ช่วยลดความล่าช้าและเพิ่มความแม่นยำในการประเมินอาการอัตราการรอดชีวิตในภาวะฉุกเฉิน เพิ่มจาก 0%
เป็น 54.54% แสดงถึงความสำเร็จในการเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลาช่องทางการเข้าถึง ผ่าน Line OA เพิ่มจาก
12% เป็น 68% ทำให้ผู้ป่วยติดต่อขอความช่วยเหลือได้สะดวกขึ้นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ เข้าถึง
บริการภายในเวลามาตรฐานเพิ่มขึ้นจนถึงเป้าหมาย เช่น Stroke ภายใน 3 ชม. (60.5%) และ STEMI ภายใน
2 ชม. (62%) การประสานงานภาคีเครือข่าย ดีขึ้นจาก 48% เป็น 74% ทำให้การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินเร็วขึ้น
ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ สูงขึ้นอย่างชัดเจนจาก 45.3% เป็น 88.75% โดยรวม ระบบ Line OA ER
เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการฉุกเฉิน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และ
ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในพื้นที่ทุรกันดารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปและข้อเสนอแนะ
การใช้ Line OA ER ช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย NCDs ในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงบริการ
ทางการแพทย์ฉุกเฉินได้เร็วขึ้น เพิ่มอัตรารอดชีวิต ลดความรุนแรงของอาการ และได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น
ทั้งยังสร้างเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยอย่างเข้มแข็งระหว่างโรงพยาบาลชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่

