Page 156 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 156
C47
นวัตกรรม MedTime Aerosol (เมดไทม์ แอโรโซล)
นายพีระ ทองปั้น
โรงพยาบาลภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ เขตสุขภาพที่ 9
ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหา
การพ่นยาขยายหลอดลมแบบละอองฝอย (Nebulization Therapy) เป็นวิธีการให้ยาผ่านทางระบบ
ทางเดินหายใจที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะทางเดินหายใจตีบแคบ เช่น โรคหืด (Asthma),
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD) หรือภาวะหายใจลำบากเฉียบพลัน
ซึ่งการพ่นยาในรูปแบบละอองฝอยสามารถนำตัวยาเข้าสู่หลอดลมและถุงลมได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
มากกว่าวิธีการให้ยาอื่น ๆ ในกลุ่มยาขยายหลอดลมอย่างไรก็ตาม การให้ยาพ่นละอองฝอยในผู้ป่วยที่มา
รับบริการ ณ ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลภักดีชุมพล ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2568 (ข้อมูล ณ วันที่
20 มกราคม พ.ศ. 2568) พบว่า มีแนวโน้มของจำนวนผู้รับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ปี 2566
จำนวน 674 ราย (1,574 ครั้ง), ปี 2567 จำนวน 730 ราย (1,733 ครั้ง) และในปี 2568 (จนถึงเดือนมีนาคม)
จำนวน 510 ราย (825 ครั้ง) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาระงานที่เพิ่มขึ้นของบุคลากรทางการพยาบาล ตลอดจน
ความท้าทายในการจัดการการพ่นยาให้เป็นไปตามแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพปัญหาสำคัญที่พบ ได้แก่
ความไม่ต่อเนื่องและไม่ตรงเวลาของการให้ยาพ่น ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยไม่ได้รับยาอย่างครบถ้วนและตรงตาม
แผนการรักษาของแพทย์ ทำให้ยากต่อการประเมินผลการรักษาในภาพรวม และอาจเพิ่มความเสี่ยง
ของภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยบางรายยังขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตน
อย่างถูกต้องขณะรับการพ่นยา ส่งผลต่อประสิทธิผลของการรักษาด้วยเหตุนี้ การพยาบาลจึงมีบทบาทสำคัญ
ในการประเมิน ติดตาม และให้การพ่นยาที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา รวมถึงให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเพื่อให้
สามารถมีส่วนร่วมในการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม อันจะส่งผลให้เกิดคุณภาพการดูแลที่ดี ลดภาวะแทรกซ้อน
และช่วยให้การรักษาบรรลุตามเป้าหมายของแผนการรักษาทางการแพทย์
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อพัฒนารูปแบบการให้บริการพ่นยาขยายหลอดลมแบบละอองฝอยให้มีประสิทธิภาพและ
สอดคล้องกับแผนการรักษาของแพทย์
2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับยาพ่นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และตรงเวลา
3. เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในการปฏิบัติตนที่ถูกต้องขณะ
รับการพ่นยา
4. เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการได้รับยาไม่ต่อเนื่องหรือไม่ถูกวิธี
5. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทางการพยาบาล และลดความคลาดเคลื่อน
ในการให้บริการพ่นยา

