Page 166 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 166

C57

                  ขั้นตอนการดำเนินงาน

                         การพัฒนานวัตกรรม "ไม่จากไปไหน" ได้ดำเนินการตามกระบวนการพัฒนาคุณภาพ PDCA ดังนี้
                         1. ขั้นวางแผน (Planning) ทบทวนและวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาการเลื่อนหลุดและเลื่อนลงของ

                  ท่อช่วยหายใจระหว่างการส่งต่อ โดยการรวบรวมข้อมูลจาก บันทึกข้อมูลการส่งต่อของพยาบาล รายงาน

                  อุบัติการณ์ความเสี่ยง การสอบถามข้อมูลจากบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จัดประชุมบุคลากรในหน่วยงานเพื่อระดม
                  ความคิดในการพัฒนาและออกแบบสิ่งประดิษฐ์ กำหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดความสำเร็จของนวัตกรรม

                  จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ ประกอบด้วย ขวดน้ำเกลือล้างแผลที่ใช้แล้ว กรรไกร

                  เครื่องเจาะตาไก่  มีดคัตเตอร์ และพลาสเตอร์
                         2. ขั้นปฏิบัติ (Do) การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ได้ดำเนินการเป็น 3 วงรอบ ดังนี้

                                วงรอบที่ 1: ออกแบบโครงร่างของชิ้นงาน นำขวดน้ำเกลือที่ใช้ล้างแผล ล้างให้สะอาดและผึ่งแดด
                  ให้แห้งตัดเอาส่วนกลางของขวดเพื่อให้ได้พลาสติกที่เรียบตรง วางแบบที่วาดไว้ลงบนพลาสติกแล้วตัดตามแบบ

                  ทดลองใช้สิ่งประดิษฐ์ ประเมินผลการใช้และพบปัญหา สิ่งประดิษฐ์มีเพียงขนาดเดียว แต่ท่อช่วยหายใจที่ไม่มี
                  Cuff มีหลายขนาด ตั้งแต่ 2.5 mm - 4.5 mm

                                วงรอบที่ 2: ปรับปรุงการออกแบบโดยทำให้มีหลายขนาดตามเบอร์ของท่อช่วยหายใจ ทดลอง

                  ใช้สิ่งประดิษฐ์ที่ปรับปรุงแล้ว ประเมินผลการใช้และพบปัญหา: ขอบของขวดน้ำเกลือมีความคมอาจก่อให้เกิด
                  แผลบริเวณผิวหนังได้

                                วงรอบที่ 3: ปรับปรุงการออกแบบโดยใช้พลาสเตอร์ติดตามขอบของสิ่งประดิษฐ์เพื่อป้องกัน
                  การบาดเจ็บจากขอบคมทดลองใช้สิ่งประดิษฐ์ที่ปรับปรุงแล้ว ประเมินผลการใช้และพบว่า: สิ่งประดิษฐ์สามารถ

                  ป้องกันท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดในผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจที่ไม่มี Cuff ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                  กลุ่มตัวอย่าง
                         กลุ่มก่อนการใช้นวัตกรรม: ผู้ป่วยที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจที่ไม่มี Cuff และต้องส่งต่อไปรับการ
                  รักษาที่โรงพยาบาลจังหวัด ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 - กันยายน 2566 จำนวน 42 ราย

                         กลุ่มหลังการใช้นวัตกรรม: ผู้ป่วยที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจที่ไม่มี Cuff และต้องส่งต่อไปรับการ
                  รักษาที่โรงพยาบาลจังหวัด ในช่วงเดือนตุลาคม 2566 – ตุลาคม 2567 จำนวน 36 ราย
                         เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล: แบบบันทึกข้อมูลระหว่างการส่งต่อผู้ป่วย แบบรายงาน
                  อุบัติการณ์ท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดและเลื่อนลง แบบประเมินความพึงพอใจของบุคลากรต่อการใช้สิ่งประดิษฐ์

                         ขั้นตอนการใช้สิ่งประดิษฐ์: หลังจากที่แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจแล้ว นำชิ้นงานสิ่งประดิษฐ์มาสวมใส่
                  ปรับแต่งสิ่งประดิษฐ์ให้เข้ากับขนาดของปากผู้ป่วย ติดพลาสเตอร์ให้เรียบร้อยเพื่อยึดสิ่งประดิษฐ์และท่อช่วย
                  หายใจให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
                         ระยะเวลา: ต.ค 2566 –ต.ค 2567 สถานที่ดำเนินการ: แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รพร.สายบุรี

                  ผลการศึกษา

                         1. นวัตกรรมสามารถป้องกันการเลื่อนหลุดและเลื่อนลงของท่อช่วยหายใจระหว่างการส่งต่อได้อย่าง
                  มีประสิทธิภาพ โดยลดอัตราการเกิดอุบัติการณ์จากร้อยละ 11.9 เหลือร้อยละ 0 ซึ่งบรรลุตามวัตถุประสงค์และ
                  ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้
                         2. บุคลากรมีความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมโดยรวมร้อยละ 96 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (ร้อยละ 90)

                         3. นวัตกรรมนี้มีความคุ้มค่า เนื่องจากใช้วัสดุเหลือใช้ในการผลิต มีต้นทุน 0 บาท แต่สามารถป้องกัน
                  ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170   171