Page 162 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 162

C53

                  ผู้ป่วย Level 1  651 ราย, Level 2 4,462 ราย, Level 3 8,251 ราย, Level 4 10,253 ราย และLevel 5

                  2,333 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ป่วย L4-5 เป็นผู้ป่วยกลุ่มไม่ฉุกเฉินเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาในห้องฉุกเฉิน ทั้งนี้
                  ยังพบว่า อัตราผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน Level 1 Level 2 ที่ Admit/Refer รออยู่ในห้องฉุกเฉิน นานเกิน 2 ชั่วโมง

                  เฉลี่ยมากกว่า 70 % ขอผู้ป่วยที่ต้อง Admit/Refer ทั้งหมดจากการวิเคราะห์พบว่าผู้ป่วยที่รออยู่ในแผนก

                  อุบัติเหตุและฉุกเฉิน >2-4ชม. เกิดจากการรอผลLab คิดค่าเฉลี่ย 1 ชั่วโมง 5 นาที และระยะเวลาในการรอ Admit
                  หลังได้รับการประสาน และอัตราผู้ป่วย Non Trauma Level 4 Level 5 มาตรวจที่ ER มีจำนวนมากและทำให้

                  เกิดข้อร้องเรียนจากการอตรวจนาน

                          จากปัญหาดังกล่าวจึงนำมาสู่การพัฒนางานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โดยนำปัญหาดังกล่าวมาประชุม
                  ปรึกษาหารือร่วมกันกับสหวิชาชีพ เพื่อต้องการให้มีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้การบริการ

                  เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทีมผู้จัดทำจึงมีความสนใจศึกษาการลดความแออัด ณ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
                  เพื่อนำผลการศึกษามาใช้เป็นแนวทางในการลดความแออัด และเพิ่มคุณภาพการให้บริการในแผนกอุบัติเหตุ

                  และฉุกเฉินให้มคุณภาพต่อไป

                  วัตถุประสงค์การศึกษา

                         1. เพื่อพัฒนารูปแบบการให้บริการเพื่อลดความแออัด แผนกผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช
                  โรงพยาบาลสะบ้าย้อย

                         2. เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการให้บริการเพื่อลดความแออัด แผนกผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน

                  และนิติเวช โรงพยาบาลสะบ้าย้อย

                  วิธีการศึกษา

                         การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงปฏิบัติการ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เป็นแพทย์ พยาบาล และ
                  เจ้าหน้าที่บริการในแผนกผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ขั้นตอนการดำเนินการ

                  มี 3 ขั้นตอน

                         ขั้นที่ 1 ทำการวิเคราะห์สถานการณ์ ก่อนดำเนินการพัฒนาแนวทางการจัดการความแออัดในแผนก
                  อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โดยมีการวิเคราะห์ปัจจัยความล้มเหลวในการบริหารจัดการแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน

                  ประกอบด้วย (1) ปัจจัยด้านการปฏิบัติ (practice triggers) ซึ่งมีจำนวนผู้รับบริการที่มากขึ้นและมีความคาดหวัง

                  จากการให้บริการที่สูงขึ้น รูปแบบการคัดแยกประเภท ผู้ป่วยไม่ชัดเจนจำนวนผู้ป่วยครองเตียงหลังการตรวจรักษา
                  และรับไว้สังเกตอาการมากกว่า 2 ชั่วโมง ระยะเวลา การรอคอยการประสานส่งต่อกรณีที่มีการส่งต่อผู้ป่วย

                  ในระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งขาดบุคลากรพยาบาล ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดหาบุคลากรพยาบาลเพิ่มขึ้น
                  (2) ปัจจัยด้านองค์ความรู้ (knowledge triggers) มีรูปแบบและแนวทาง ที่สามารถนำไปใช้ในการลดความแออัด

                  ในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินทีหลากหลาย และ (3) ปัจจัยด้านระบบ (system triggers) ยังไม่มีแนวทาง

                  ที่ชัดเจนและความขาดแคลนบุคลากร ในการจัดการลดความแออัดในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และทำการ
                  จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินคุณภาพ Emergency Care System (ECS) ตามเกณฑ์คุณภาพ

                         ขั้นที่ 2 พัฒนารูปแบบการลดความแออัดในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โดยในการวิจัยครั้งนี้มี
                  แนวทางการ สืบค้นข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนารูปแบบการลดความแออัดในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และประเมิน

                  คุณภาพหลักฐานเชิงประจักษ์โดยใช้กรอบแนวคิด PICO Framework
   157   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167