Page 163 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 163
C54
ใช้ระบบรักษาพยาบาลฉุกเฉินตามมาตรฐานการพัฒนาห้องฉุกเฉินคุณภาพ เป็นแนวทางในการพัฒนา
โดยเน้นมาตรฐานในการดำเนินงานเรื่หอง ลดความแออัดห้องฉุกเฉิน (ER Overcrowding) ประกอบด้วย
1. สร้างระบบการคัดแยกผู้ป่วยตามความเร่งด่วน โดยใช้ MOPH ED Triage เป็นระบบเดียวกัน
ทั้งโรงพยาบาล โดยมีพยาบาลวิชาชีพประจำจุด Triage
2. ดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐาน ECS โดยระยะเวลารอคอยในผู้ป่วย L1-L2 ที่ต้อง Admit หรือ Refer
ไม่เกิน 2 ชั่วโมง
3. มีระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินที่รวดเร็วด้วย ระบบบริการรักษาแบบรวดเร็วเร่งด่วน (Fast track)
ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) โรคหัวใจขาดเลือด ชนิด ST- elevate myocardial infarction (ST-EMI)
ภาวะบาดเจ็บที่ศีรษะระดับรุนแรง ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) โดยการนำระบบ line communication
มาใช้เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยและการปรึกษาแพทย์
4. มีระบบห้องฉีดยาทำแผลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 น.-16.00 น.
ขั้นที่ 3 ประเมินผลโดยทำการประเมินความแออัดในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โดยเก็บข้อมูลผลลัพธ์
การใช้แนวทางการลดความแออัด ณ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ได้แก่ จำนวนผู้ป่วย L4-5 ที่เข้ารับบริการ
แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน (Level 1 - 2) Admit/Refer อยู่ในห้องฉุกเฉิน ไม่เกิน 2 ชั่วโมง
(ER Target Time 2 ชั่วโมง)
ผลการศึกษา
จากการดำเนินการ พบว่า หลังจากมีการดำเนินงานตามนโยบายการจัดบริการห้องฉุกเฉิน จำนวน
ผู้ป่วย L4-5 ที่เข้ารับบริการแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
จำนวนผู้ป่วย 2565 2566
ผู้ป่วย Level 4 10,253 8,435
ผู้ป่วย Level 5 2,333 1,541
ยอดผู้ป่วยทั้งหมด 25,950 25,697
เฉลี่ย 48.50 38.82
ทั้งนี้พบว่าจำนวนผู้ป่วยที่ผ่านการ Triage ที่อยู่ใน Level 4-5 หลังดำเนินงานการพัฒนารูปแบบ
การให้บริการเพื่อลดความแออัดของแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช มีจำนวนผู้ป่วย L4-5 ลดลง จากร้อยละ
48.50 เป็นร้อยละ 38.82 อัตราผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน (Level 1 - 2) Admit/Refer อยู่ในห้องฉุกเฉิน ไม่เกิน
2 ชั่วโมง จำนวนร้อยละเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 43.07 เป็น ร้อยละ 55.62

