Page 171 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 171
D3
การพัฒนาคุณภาพการพยาบาล: แนวทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด
จากการใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง หออภิบาลทารกแรกเกิด โรงพยาบาลพุทธโสธร
Continuous Quality Improvement in Nursing: Guidelines for Neonatal Care
to Prevent CABSI
นางศศิธร สัณหภักดี
โรงพยาบาลพุทธโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา เขตสุขภาพที่ 6
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
การติดเชื้อในกระแสเลือดจากการใส่สายสวนทางหลอดเลือดดำส่วนกลาง (Central line associated
bloodstream infection: CABSI) เป็นปัญหาสำคัญในการดูแลรักษาทารกแรกเกิดและเป็นสาเหตุการเสียชีวิต
ลำดับต้น ๆ ของทารกแรกเกิดทั่วโลก จากการศึกษาแนวโน้มการเกิด CABSI ปี ค.ศ. 2013 - 2017 พบความชุก
ของการเกิด ร้อยละ 9.9 พบอุบัติการณ์การเกิด CABSI ร้อยละ 3.2 ครั้ง ต่อ1,000 วันใส่สายสวนหลอดเลือดดำ
ส่วนกลาง และพบอัตราการติดเชื้อ VAP, UTI, NEC สัมพันธ์กับ CABSI ร้อยละ 20, 8.8 และ 1.6 ตามลำดับ
โดยความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับน้ำหนักของทารกแรกเกิดที่น้อยลง (Scamardo et al., 2020)
หออภิบาลทารกแรกเกิด (NICU) โรงพยาบาลพุทธโสธร พบอัตราการเกิด CABSI ในปี พ.ศ. 2560 – 2563
ร้อยละ 7.04, 6.39, 6.35 และ 7.14 ต่อ 1000 วัน on central line ตามลำดับ และเป็นสาเหตุตายลำดับต้น ๆ
ของสาเหตุการตายทั้งหมดของทารกแรกเกิด นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพ การเจริญเติบโต และ
พัฒนาการของทารก ทางหน่วยงานได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นมาทบทวนร่วมกับ ICWN, ICN, กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด
และปริกำเนิด พบว่าปัจจัยสำคัญของการเกิด CABSI ได้แก่ สิ่งแวดล้อมและบุคลากรทางการแพทย์ จึงเริ่มพัฒนา
แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อลด CABSI ตั้งแต่ ปี 2564 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน โดยนำกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
แบบ Multimodal strategies [I: System changes, II: Education and Training, III: Evaluation & Feedback,
IV: Reminder Workplace, V: Safety culture], การพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง (CQI) ร่วมกับการใช้หลักฐาน
เชิงประจักษ์ (Evidence based Practice: EBP) และ CABSI bundle มาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนา
แนวทางการพยาบาลทารกแรกเกิดที่ได้รับการใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง ร่วมกับกุมารแพทย์ทารกแรกเกิด
และปริกำเนิด และทีม PCT กุมารเวชกรรม
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อศึกษาและพัฒนาแนวทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดจากการใส่สายสวน
ทางหลอดเลือดดำส่วนกลาง หออภิบาลทารกแรกเกิด โรงพยาบาลพุทธโสธร
2. เพื่อลดอัตราการเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจากการใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง (CABSI
in NICU <2:1000 วัน on central line) หออภิบาลทารกแรกเกิด โรงพยาบาลพุทธโสธร
วิธีการศึกษา
การศึกษาครั้งนี้ใช้แนวคิดการพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง (CQI) ร่วมกับ Multimodal strategies โดยศึกษา
ในทารกแรกเกิดทุกรายที่ใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง และเข้ารับการรักษาในหออภิบาลทารกแรกเกิด
โรงพยาบาลพุทธโสธร ระหว่างปี พ.ศ. 2564 - 2567 รวมระยะเวลา 4 ปี แบ่งการดำเนินงานเป็น 4 ระยะ ได้แก่

