Page 167 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 167
C58
อภิปรายผล
1. นวัตกรรม "ไม่จากไปไหน" สามารถป้องกันการเลื่อนหลุดและเลื่อนลงของท่อช่วยหายใจในผู้ป่วย
ที่ใส่ท่อช่วยหายใจที่ไม่มี Cuff ระหว่างการส่งต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดอุบัติการณ์จากร้อยละ
11.9 เหลือร้อยละ 0 ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ วนิดา เดชาวุธ และคณะ (2563) ที่พบว่าการพัฒนา
อุปกรณ์ยึดตรึงท่อช่วยหายใจที่เหมาะสมสามารถลดอัตราการเลื่อนหลุดและเลื่อนลงของท่อช่วยหายใจได้
2. ความสำเร็จของนวัตกรรมนี้เกิดจากการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน
และการพัฒนาอย่างเป็นระบบผ่านกระบวนการ PDCA จนได้สิ่งประดิษฐ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
โดยนวัตกรรมนี้มีข้อดีหลายประการ ได้แก่ การออกแบบที่เฉพาะเจาะจงสำหรับท่อช่วยหายใจที่ไม่มี Cuff ซึ่งมี
ความเสี่ยงต่อการเลื่อนหลุดสูงกว่าท่อชนิดที่มี Cuff สอดคล้องกับการศึกษาของ Gardner และคณะ (2018)
ที่พบว่าท่อช่วยหายใจที่ไม่มี Cuff มีอัตราการเลื่อนหลุดสูงถึงร้อยละ 8-12 หากไม่มีอุปกรณ์ยึดตรึงที่เหมาะสม
และการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูง สอดคล้องกับหลักการพัฒนา
คุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐาน Patient Safety Goals ขององค์การอนามัยโลก
(WHO, 2019) ที่เน้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่สามารถป้องกันได้ (Preventable Adverse Events)
3. ผลการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรที่พบว่ามีความพึงพอใจโดยรวมร้อยละ 96 แสดงให้เห็นว่า
นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันปัญหาเท่านั้น แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการ
ของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในประเด็นประสิทธิภาพในการป้องกันท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดที่ได้
คะแนนความพึงพอใจสูงถึงร้อยละ 100 ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ Johnson และคณะ (2020) ที่พบว่า
ความพึงพอใจของบุคลากรทางการแพทย์ต่อนวัตกรรมที่ใช้ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตมีความสัมพันธ์กับความมั่นใจ
ในการปฏิบัติงานและคุณภาพการดูแลผู้ป่วย
4. ต้นทุนการผลิตที่ต่ำมาก (0 บาท) แต่สามารถป้องกันความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
กับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข สอดคล้อง
กับการศึกษาของ Thompson และคณะ (2021) ที่พบว่าการลงทุนในอุปกรณ์ป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย
วิกฤตสามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ถึง 3-5 เท่า
สรุปและข้อเสนอแนะ
1. ควรเผยแพร่นวัตกรรมไปยังหน่วยงานอื่นๆ ภายในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วย
ใส่ท่อช่วยหายใจ เช่น หอผู้ป่วยเด็ก และโรงพยาบาลอื่นๆ ในเครือข่าย เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง
2. ควรพัฒนาวัสดุที่ใช้ในการผลิตให้มีความทนทานมากขึ้น แต่ยังคงความยืดหยุ่นและปลอดภัย
ต่อผู้ป่วย และมีมาตรฐานเดียวกัน โดยอาจประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 3D Printing
3. ควรพัฒนาให้สามารถใช้ได้กับท่อช่วยหายใจทุกประเภท รวมถึงท่อช่วยหายใจที่มี Cuff

