Page 220 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 220

D52

                  ผลการศึกษา
                         จากการศึกษาพบมีผู้ป่วยเด็กอายุ 1 เดือนถึง 15 ปีที่นอนโรงพยาบาลด้วยแพทย์วินิจฉัยว่าเป็น

                  โรคปอดอักเสบ ในปี 2565, 2566, 2567 จำนวน 281, 272 และ 299 ราย รวม 842 ราย
                         พบมีการใช้แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอักเสบในเด็ก ปี 2565 จำนวน 281 ราย คิดเป็นร้อยละ 100,
                  ปี 2566 จำนวน 272 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 และปี 2567 จำนวน 299 รายคิดเป็นร้อยละ 100
                         พบอุบัติการณ์ unplan ET Tube ในผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบ ปี 2565 จำนวน 0 ราย จากจำนวน

                  ผู้ป่วย 281 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.00 ,ปี 2566 จำนวน 1 ราย จากจำนวนผู้ป่วย 272 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.36
                  และปี 2567 จำนวน 0 ราย จากจำนวนผู้ป่วย 299 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.00
                         พบมีผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบเสียชีวิต ปี 2565 จำนวน 2 ราย จากจำนวนผู้ป่วย 281 ราย คิดเป็น

                  ร้อยละ 0.71 ,ปี 2566 จำนวน 1 ราย จากจำนวนผู้ป่วย 272 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.36 และปี 2567 จำนวน 1 ราย
                  จากจำนวนผู้ป่วย 299 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.33

                  อภิปรายผล


                                    กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเสียชีวิตกับอุบัติการ unplan
                                               ในผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบ ปี 2565-2566
                          0.8

                          0.7
                          0.6
                          0.5
                          0.4
                          0.3
                          0.2
                          0.1
                           0
                                        2565                    2566                   2567
                                                        unplan ET Tube  Dead

                         จากผลการศึกษาพบว่ามีการใช้แนวการทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอักเสบในเด็ก100% เนื่องจาก
                  การกระตุ้นของทีมนำทางคลินิกผ่านการประชุมของ PCT การอบรมการใช้แนวทางดังกล่าวในแพทย์หรือ

                  พยาบาลจบใหม่และการทบทวนเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ผลการการใช้แนวทางดังกล่าวพบอุบัติการณ์ unplan
                  ET Tube ปี 2566 ร้อยละ 0.36 จากการทบทวนในทีมพบว่าเจ้าหน้าที่แผนกอุบัติเหตุณ์ฉุกเฉินประเมินอาการ
                  ผู้ป่วยว่าไม่เหนื่อย ไม่ได้ใส่ออกซิเจนให้ผู้ป่วยขณะนำส่ง แรกรับที่หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรมพบผู้ป่วยหายใจ
                  เหนื่อยและต้อง on ET Tube ย้าย ICU ซึ่งมีการสื่อสารการใช้แนวทางดังกล่าวร่วมกับการใช้ Pediatric Early

                  Warning Score ไปในหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งในปี 2567 ไม่มีอุบัติการณ์ unplan และพบว่าอัตรา
                  การเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง

                  สรุปและข้อเสนอแนะ
                         เมื่อมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ซึ่งมีทบทวนแล้วเกี่ยวข้องกับการใช้แนวทางการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคปอดบวม
                  ต้องมีการทบทวนและปรับปรุงแนวทางดังกล่าวโดยทีมสหวิชาชีพ ควรกำกับขั้นตอนการใช้แนวทางดังกล่าว

                  โดยการกำหนดเป็นตัวชี้วัด และเพื่อให้แนวทางดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดควรสื่อสารเพื่อนำสู่ปฏิบัติ
                  ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดใช้ร่วมกัน
   215   216   217   218   219   220   221   222   223   224   225