Page 222 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 222
D54
ส่วนที่ 4) กระเป๋าเก็บผ้าห่มประกอบด้วย ผ้าฝ้าย (ชั้นในและชั้นนอก) ใยโพลิเอสเทอร์และ
อะลูมิเนียมฟรอยด์
การดำเนินการพัฒนาการออกแบบเครื่องมือ โดยใช้กระบวนการพัฒนาคุณภาพ PDCA เพื่อสร้าง
๐
ผ้าห่อตัว ให้มีอุณหภูมิเท่ากับ 37 c ซึ่งเป็นอุณหภูมิร่างกายเฉลี่ยที่เหมาะสมสำหรับทารก
วงล้อที่ 1 ทำการออกแบบนวัตกรรม โดยใช้แผ่นความร้อนขนาดเล็กวางไว้หลังผ้าห่อตัว ทดลอง
อุณหภูมิของแผ่นความร้อน ทำการทดลอง 15 จุด จุดละ 3 ครั้ง พบปัญหาความร้อนที่ได้ไม่สม่ำเสมอ ค่าเฉลี่ย
๐
อุณหภูมิผ้า 36.2 c การกระจายความร้อนไม่สม่ำเสมอ
วงล้อที่ 2 ปรับเปลี่ยนวิธีการทำการออกแบบโดยใช้แผ่นความร้อนห่อตัวผ้าห่อตัว ทดลองแบบเดิม
๐
พบปัญหาความร้อนที่ได้ไม่สม่ำเสมอ ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิผ้า 35.4 c การกระจายความร้อนไม่สม่ำเสมอ
วงล้อที่ 3 ปรับเปลี่ยนวิธีการทำการออกแบบผ้าห่อตัวโดยใช้แผ่นความร้อนสอดในผ้าห่ม ทดลอง
แบบเดิมได้ ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิผ้า 37 c การกระจายความร้อนที่สม่ำเสมอ การออกแบบครั้งนี้สำเร็จ
๐
โดยดำเนินพัฒนาทดสอบโดยใช้กระบวนการ PDCA
Planning: วางแผนและวิเคราะห์ปัญหา ทบทวนวิธีการห่อตัวทารกแบบเดิมที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
ที่ผ่านมาและเก็บรวบรวมข้อมูลจากบันทึกข้อมูลอุณหภูมิก่อนส่งและรับย้ายของพยาบาล นำเสนอในหน่วยงาน
และกุมารแพทย์ก่อนการนำไปใช้ Baby Electric Keep warm
วิธีการใช้นวัตกรรม Keep warm ไฟฟ้า ตรวจสอบปุ่มหมุนเปิด/ปิด ให้อยู่ในตำแหน่ง ทำการหมุน
ปุ่มปรับอุณหภูมิ (ไฟสีเขียวแสดงสถานการณ์ทำงาน) ใส่แผ่นทำความร้อนในกระเป๋าเก็บความร้อนแล้วเสียบ
๐
ปลั๊กไฟ นำผ้าอ้อมมาวางทับผ้าห่อตัว และเริ่มเปิดปุ่มที่ low จนอุณหภูมิผ้าห่มจะอยู่ที่ 37 c แล้วปิดไฟ
แผ่นทำความร้อน ให้นำผ้าห่อตัวที่ได้มาห่อตัวทารกก่อนย้าย ก่อนใช้นวัตกรรมให้บันทึกอุณหภูมิร่างกายทารก
ที่ห้องคลอด (ก่อนใช้นวัตกรรม) เมื่อนำทารกมาถึงตึกหลังคลอดให้ทำการวัดอุณหภูมิและบันทึก (หลังใช้
นวัตกรรม) ลงในบันทึกอุณหภูมิ ร่างกายของทารกก่อนย้ายจากห้องคลอดและแรกรับที่แผนกหลังคลอด
มาตรการป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากความร้อนเกิน ตรวจสอบอุณหภูมิของผ้าห่อตัวให้อยู่ที่ 37°C
ก่อนนำมาใช้งานทุกครั้ง บันทึกอุณหภูมิตลอดการย้าย สอบเทียบเครื่องวัดอุณหภูมิเป็นประจำทุกเดือน
Do: การปฏิบัติตามแผน โดยดำเนินพัฒนาทดสอบ จากกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ทารกแรกเกิด
ปกติที่เคลื่อนย้ายโดยวิธีสวม kangaroo ให้ความอบอุ่น จำนวนทั้งหมด 236 ราย กลุ่มที่สอง กลุ่มตัวอย่าง
100 ราย โดยทารกแรกเกิดไม่อยู่ในภาวะวิกฤต แพทย์อนุญาตให้อยู่กับมารดาและย้ายขึ้นแผนกหลังคลอดได้
ใน 2 ชม. หลังคลอด
ระยะเวลาดำเนินการ : กรกฎาคม – ธันวาคม 2567
วิธีวัดและตัวชี้วัด : อุณหภูมิของทารก ระยะเวลาการใช้งาน ภายใน 5 - 10 นาที
ผู้ทดสอบ : พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลผู้ช่วย แผนกสูติกรรมเป็นผู้ใช้นวัตกรรม
ผลการศึกษา
เมื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิร่างกายของทารกก่อนใช้นวัตกรรมกับหลังใช้นวัตกรรมที่บันทึกไว้พบว่าไม่มี
ทารกอุณหภูมิร่างกายต่ำแรกรับที่แผนกหลังคลอด แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมสามารถ
ป้องกันและควบคุมการสูญเสียความร้อนครอบคลุมทั้ง 4 กลไก ในช่วงขณะส่งต่อได้จริง คือ 1) การนำเป็น
๐
การสูญเสียความร้อนไปกับสิ่งที่สัมผัสกับตัวทารกโดยผ้าห่อตัว จะมีการกำหนดอุณหภูมิของผ้าห่อตัว ไว้ที่ 37 c
ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิร่างกายทารก ดังนั้นจึงไม่มีการนำความร้อนจากที่ที่อุ่นกว่าไปยังที่ที่เย็น
2) การแผ่รังสีเป็นการสูญเสียความร้อนจากตัวทารกไปยังสิ่งแวดล้อมรอบตัวทารกโดยนวัตกรรมนี้สามารถ
ควบคุมอุณหภูมิของผ้าห่อตัว ให้เหมาะสมตลอดระยะเวลาในการเดินทางของทารกเนื่องจากภายในผ้าห่อตัว
จะมีการบรรจุอะลูมิเนียมฟรอยด์ 3) การพาเป็นการสูญเสียความร้อนจากร่างกายทารกสู่บรรยากาศที่เย็นกว่า

