Page 240 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 240

E13










                  แผนภาพที่ 1 แสดงระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI–V)
                                   จังหวัดน่าน

                         จากการศึกษาทำให้เกิดการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการ
                  ก่อความรุนแรง (SMI–V) จังหวัดน่าน ประกอบด้วยการดูแล 3 ระยะ คือ การดูแลระยะก่อนเข้าโรงพยาบาล
                  (Pre-Hospital) การดูแลขณะในโรงพยาบาล (In-Hospital) และการดูแลต่อเนื่องหลังจากกลับสู่ชุมชน
                  (Post-Hospital) ขับเคลื่อนผ่านกลไกระดับจังหวัด อำเภอ ชุมชน บูรณาการร่วมภาคี 5 ทหารเสือ

                  อภิปรายผล

                         การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V)
                  จังหวัดน่าน ประกอบด้วยการดูแล 3 ระยะ คือ การดูแลระยะก่อนเข้าโรงพยาบาลการดูแลขณะในโรงพยาบาล
                  และการดูแลต่อเนื่องหลังจากกลับสู่ชุมชน ทำให้เกิดกระบวนการการดูแลแบบมีส่วนร่วมของชุมชนและอาศัย
                  กลไกการขับเคลื่อนคณะกรรมการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล และบูรณาการการทำงานแก้ไข

                  ปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติดไปด้วยกัน สอดคล้องกับการศึกษาของประครอง ปะกิระนะ พบว่าแนวทาง
                  การดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตและมีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงโดยชุมชนมีส่วนร่วม
                  ประกอบด้วยการดูแล 3 ระยะ คือ การดูแลระยะก่อนเข้าโรงพยาบาล การดูแลขณะอยู่โรงพยาบาล และ
                  การดูแลต่อเนื่องหลังจากกลับสู่ชุมชน เกิดการโดยการดูแลแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและชุมชน รวมทั้ง

                  มีการพัฒนาคู่มือแนวทางการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดและจิตเวชที่มีอาการทางจิตและมีความเสี่ยงต่อการก่อความ
                  รุนแรงในชุมชน
                         ผลการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI–V)
                  จังหวัดน่าน พบว่า ยังพบผู้ที่ก่อความรุนแรงร้อยละ 3.79 ส่วนใหญ่มีประวัติติดสารเสพติดไม่รับประทานยา

                  แม้ว่ายังมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น แต่ชุมชนสามารถทำการประเมินและจัดการอุบัติการณ์รุนแรงเบื้องต้นได้
                  รวมทั้งสามารถดูแลต่อเนื่องหลังผู้ป่วยจำหน่ายจากโรงพยาบาลได้ ทำให้เกิดผลลัพธ์การดำเนินงานที่ดี เกิดการ
                  ทำงานที่เป็นระบบชัดเจนมากขึ้น

                  สรุปและข้อเสนอแนะ
                         การขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะอนุกรรมการสุขภาพจิตจังหวัดน่าน และ พชอ. ทำให้เกิดการบูรณาการ

                  การดำเนินงานการดูแลผู้ป่วย SMIV ตั้งแต่ต้นทาง คือระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน เกิดการมีส่วนร่วมของ
                  ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เป็นวาระร่วมกันของจังหวัดและอำเภอ เกิดการดูแลผู้ป่วยเชิงระบบที่ชัดเจนขึ้น
                  ตั้งแต่ Pre-Hosp, In-Hosp และPost -Hosp ทำให้ปัญหาการก่อเหตุรุนแรงต่อตัวผู้ป่วยและผู้อื่น ลดลง

                  ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้น ควรสร้างทีมในชุมชนให้มีทักษะในการประเมิน เฝ้าระวัง ดูแล
                  ช่วยเหลือ ส่งต่อ รวมทั้งการสร้างปัจจัยปกป้องด้วย 2ย1ส (ยาดี ญาติดี หลีกเลี่ยงสุราสารเสพติด) และการ
                  จัดระบบบริการช่วยเหลือทั้งกาย จิต ครอบครัว สังคม และจิตวิญญาณ ตลอดจนการจัดเวทีถอดบทเรียนและ
                  แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนางานต่อไป
   235   236   237   238   239   240   241   242   243   244   245