Page 246 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 246
E19
ในกลุ่มอายุไม่เกิน 18 ปี มีสัดส่วนกลุ่มเสี่ยงซึมเศร้าสูงถึงร้อยละ 10.29 และมีความเสี่ยงฆ่าตัวตายถึงร้อยละ
17.42 สะท้อนภาพรวมปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนไทยในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน การที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่
มีภาวะซึมเศร้าอยู่ในระดับเล็กน้อย อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนรู้และการปรับตัวเข้าสู่ช่วงมัธยม
ปลายซึ่งมีความแตกต่างจากระดับมัธยมต้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิดของเบค (Beck, 1967)
ตามทฤษฎีปัญญานิยม (Cognitive Theory) อธิบายไว้ว่าภาวะซึมเศร้าเกิดจากความบิดเบือนของกระบวนการคิด
โดยเฉพาะรูปแบบความคิดด้านลบต่อตนเอง ต่อโลก และต่ออนาคต ซึ่งนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 ถือเป็นวัย
ที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านการเรียนและการปรับตัวในสังคมโรงเรียน ส่งผลต่อ
ความรู้สึกเครียด เบื่อหน่าย หรือท้อแท้สิ้นหวัง ซึ่งอาจพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าได้ อีกทั้งนักเรียนที่เป็นเพศหญิง
มีแนวโน้มที่จะมีภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายมากกว่านักเรียนเพศชาย สอดคล้องกับงานวิจัย
ของ Berzins et al. (2017) และ Legg (2016) ที่ระบุว่า เพศหญิงมีความชุกของภาวะซึมเศร้ามากกว่าเพศชาย
ถึงสองเท่า โดยปัจจัยทางชีวภาพและจิตสังคมมีบทบาทสำคัญในความแตกต่างของระดับภาวะซึมเศร้า
สรุปและข้อเสนอแนะ
ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการคัดกรองภาวะซึมเศร้าในนักเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อ
เป็นการเฝ้าระวังแนวโน้มที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าเพื่อป้องกันการพัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้า นำเด็กที่มีแนวโน้มความ
เลี่ยงได้เข้าถึงบริการและรับคำปรึกษาโดยแพทย์เพื่อวินิจฉัยและบำบัดรักษาที่เหมาะสม รวมถึงให้ความสำคัญ
ของการพัฒนากิจกรรมในบริบทโรงเรียน การสร้างเสริมทักษะชีวิต การเห็นคุณค่าในตนเอง และการให้ความรู้
เกี่ยวกับเรื่องภาวะซึมเศร้า การเฝ้าระวังสุขภาพจิตกับกลุ่มนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคคลใกล้ชิด พร้อมทั้งมี
การแนะนำช่องทางการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าในอนาคต

