Page 247 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 247
E20
พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูง
ต่อการก่อความรุนแรงอำเภอหันคา
นางณภัสนันท์ สีกล้า
โรงพยาบาลหันคา จังหวัดชัยนาท เขตสุขภาพที่ 3
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
โรคจิตเภท (Schizophrenia) เป็นโรคจิตที่พบได้มากที่สุด การดำเนินของโรคมีลักษณะที่เรื้อรัง
หากไม่ได้รับการรักษาจะเกิดการเสื่อมถอยอย่างมากทางความคิดพฤติกรรมและการรับรู้ เป็นโรคที่ก่อให้เกิด
ปัญหาและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
เป็นเหตุให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียโอกาสหลายอย่างในชีวิต เช่น การศึกษา การประกอบอาชีพ การใช้ชีวิตคู่ รวมทั้ง
ทักษะทางด้านสังคม ผู้ป่วยโรคจิตเภท เมื่ออาการทางจิตกำเริบ มีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด จากสถานการณ์
ปัจจุบันที่มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งในครอบครัวหรือกับประชาชนทั่วไป โดยพบว่า
ผู้ก่อเหตุมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่เคยเข้ารักษาในโรงพยาบาลจิตเวชมาก่อนแต่ผู้ป่วยขาดการรักษาต่อเนื่อง
ขาดยา ไม่ยอมรับการเจ็บป่วย หรือขาดผู้ดูแลที่มีศักยภาพ ฯลฯ ประกอบกับระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชยังขาด
รูปแบบที่ครอบคลุมและการติดตามดูแลต่อเนื่องที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้ขาดการรักษาต่อเนื่อง
กลับมาป่วยซ้ำและบางรายอาจจะก่ออันตรายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อ
การก่อความรุนแรงของสถาบัน (SMI-V) โรงพยาบาลจิตเวช 3 ปีที่ผ่านมากลุ่มโรคทางจิตเวชที่มีผู้ป่วยเข้ารับ
บริการมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรมที่เกิดจากการใช้สารออกฤทธิ์ต่อ
จิตประสาท (F10 - F19) โรคจิตเภทพฤติกรรมแบบโรคจิตเภท และโรคหลงผิด (F 20 - 29) และความผิดปกติ
ทางอารมณ์ (F30 - 39) สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความครอบคลุมของรูปแบบบริการที่ต่อเนื่องเพื่อป้องกัน
การอาการกำเริบหรือการกลับเป็นซ้ำและเป็นความท้าทายของผู้เกี่ยวข้องในการวิเคราะห์สภาพปัญหาที่แท้จริง
เพื่อนำสู่การวางแผนระยะยาวในการดูแลผู้ป่วยจิตเภท ที่พบว่าการจัดการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติก่อความ
รุนแรงเป็นสิ่งที่ยาก สำหรับข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชที่มารับบริการคลินิกจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลหันคา
ในปี พ.ศ. 2565 - 2567 พบอัตราผู้ป่วยมารับบริการ 1,523, 1,782 และ 1,921 ราย ซึ่งโรคจิตเภท
(Schizophrenia) พบมากเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคทางจิตเวชโดยอัตราการเกิดโรคนี้
ในเพศชาย ทั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การใช้สารเสพติด พันธุกรรม ในผู้ป่วยจิตเภทที่ได้รับการวินิจฉัยอยู่
เดิมมีอาการกำเริบซ้ำ สาเหตุหลักเกิดจากการรักษาไม่ต่อเนื่อง ขาดยา การขาดความตระหนักและขาดความรู้ของ
ผู้ดูแล และใช้สารเสพติดร่วม โรคจิตเภทเป็นโรคเรื้อรัง จำเป็นต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง มักพบว่าญาติหรือ
เจ้าหน้าที่จะนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาเมื่อผู้ป่วยมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงแล้ว ดังนั้นการสังเกตอาการ
หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ไม่หลับไม่นอน เดินไปเดินมา พูดจาคนเดียวมากขึ้น มีอารมณ์ฉุนเฉียว
หงุดหงิดง่าย หวาดระแวง เป็นสัญญาณที่ต้องนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาให้เร็วขึ้น และการป้องกันที่
ต้นเหตุ คือ ป้องกันขาดนัดและขาดยา ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยมีการใช้สารเสพติดร่วม จะทำให้ลดอัตราการรับไว้ใน
โรงพยาบาลและลดความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (Serious mental illness with high risk to
violence) ต่อการเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยครอบครัวและสังคมได้และข้อมูลผู้ป่วยจิตเภทที่มีความเสี่ยงสูงต่อการ
ก่อความรุนแรงที่จำเป็นต้องรับไว้ในโรงพยาบาลหันคา 3 ปีย้อนหลัง ในปี พ.ศ. 2565 - 2567 พบจำนวน 57,
65, 70 เพิ่มขึ้น ปัญหาหลักของการดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง คือการเข้าถึง

