Page 339 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 339

G5

                              การพัฒนาระบบติดตามและจัดการความปลอดภัยเชิงรุกในการใช้ยาวาร์ฟาริน



                                                                                        ภญ.สิริกัณยา มหาลวเลิศ

                                                                                โรงพยาบาลศรีสะเกษ เขตสุขภาพที่ 10
                                                                                               ประเภท วิชาการ



                  ความส าคัญของปัญหาวิจัย

                         ยาวาร์ฟาริน (warfarin) ซึ่งเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีดัชนีการรักษาแคบ

                  (narrow therapeutic index) การประเมินประสิทธิผลของยาสามารถทำได้โดยการวัดค่า International
                  Normalized Ratio (INR) ทั้งนี้ ระดับ INR เป้าหมายจะแตกต่างกันไปตามข้อบ่งใช้ของผู้ป่วยแต่ละราย

                  หากค่า INR สูงกว่าระดับเป้าหมายอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกผิดปกติ

                         ข้อมูลผู้ป่วยนอกที่ได้รับยาวาร์ฟารินของโรงพยาบาลศรีสะเกษในปีงบประมาณ 2565 และ 2566
                   มีจำนวนผู้ป่วย 1,167 และ 1,131 ราย ตามลำดับ พบผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาด้วยภาวะเลือดออกผิดปกติ

                  จำนวน 47 ราย (ร้อยละ 4.16) เป็น minor bleeding 20 ราย moderate bleeding 15 ราย และ severe

                  bleeding 12 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ที่มีค่า INR < 5 จำนวน 14 ราย(ร้อยละ 1.48 ของผู้ที่มีระดับ INR < 5
                  ทั้งหมด) และผู้ที่มีค่า ≥ 5 จำนวน 33 ราย(ร้อยละ 27.50 ของผู้ที่มี INR ≥ 5 ทั้งหมด) และจากข้อมูลในปี

                  2566 และ 2567 พบว่ามีเหตุการณ์ความคลาดเคลื่อนจากการใช้ยาวาร์ฟารินระดับ E ขึ้นไป จำนวน 3 และ 4
                  ครั้งตามลำดับ

                         จากการวิเคราะห์ข้อมูลช่วงเมษายน - กันยายนปี 2566 ก่อนพัฒนาระบบพบผู้ป่วยนอกที่มีค่า INR

                  นอกช่วงเป้าหมาย (2.0-3.0) จำนวน 2,553 ครั้ง แบ่งเป็นช่วง 0.0-0.99, 1.0-1.99, 3.01-3.99, 4.00-4.99,
                  มากกว่าหรือเท่ากับ 5 จำนวน 57, 1,939, 405, 87, 65 ครั้งตามลำดับ โดยยังขาดระบบการติดตามอย่าง

                  ต่อเนื่องภายหลังการรักษา
                         จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบการติดตามและเฝ้าระวัง

                  ความปลอดภัยในการใช้ยาวาร์ฟารินอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะ

                  อย่างยิ่งภาวะ INR สูงเกินเป้าหมายซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเลือดออกผิดปกติที่รุนแรงได้ การพัฒนาระบบติดตาม
                  ความปลอดภัยในการใช้ยาวาร์ฟาริน จะช่วยในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาได้อย่างมี

                  ประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลสูงสุด

                  วัตถุประสงค์การศึกษา

                         เพื่อพัฒนาระบบติดตามและจัดการความปลอดภัยเชิงรุกในการใช้ยาวาร์ฟารินและศึกษาผลลัพธ์

                  ของระบบ
   334   335   336   337   338   339   340   341   342   343   344