Page 340 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 340

G6

                  วิธีการศึกษา

                         เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) ใช้วงจร PAOR จำนวน 3 วงรอบ ระหว่างช่วงตุลาคม
                  2566 ถึงธันวาคม 2567 กลุ่มตัวอย่าง คือ 1. ผู้ร่วมพัฒนาระบบ 6 คน 2. ผู้ใช้ระบบ 40 คน 3. ผู้ป่วยนอกที่

                  ได้รับยาวาร์ฟาริน 1,527 ราย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบบันทึกข้อมูล 4 ส่วน ใช้โปรแกรม Tele

                  pharmacy ในการบันทึกการติดตามผู้ป่วย แบบบันทึกการสนทนากลุ่มและแบบประเมินความพึงพอใจ
                  วิธีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง : แบบเฉพาะเจาะจง หรือ purposive sampling

                  เกณฑ์คัดผู้ป่วยเข้าการศึกษา
                         1.  อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 18 ปี

                         2.  ตรวจและรับยา warfarin ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ

                         3.  ยินยอมเข้าร่วมการศึกษา
                  เกณฑ์คัดผู้ป่วยออกจากการศึกษา

                         1.  ผู้ป่วยที่มีการปรับขนาดยา warfarin โดยไม่ใช่แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลศรีสะเกษ
                         2.  ผู้ป่วยที่ติดตามไม่ได้หลังรับยากลับบ้าน 1 visit


                  สถิติที่ใช้
                         1.  ข้อมูลทั่วไปของผู้ร่วมวิจัยและกลุ่มผู้ป่วย เช่น เพศ อายุ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (descriptive

                             statistic) ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Independent t-test,

                             Chi-square test
                         2.  รายงานประเภทและความถี่ต่อใบสั่งยาของการเกิดปัญหาจากการใช้ยาและเปรียบเทียบ

                             อุบัติการณ์การเกิดเหตุการณ์ความคลาดเคลื่อนทางยา ใช้สถิติความถี่ ร้อยละ

                         3.  เปรียบเทียบสัดส่วน INR ที่อยู่ในระดับเป้าหมายก่อนและหลังการศึกษา เปรียบเทียบการเกิด
                             เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาวาร์ฟารินก่อนและหลังการศึกษา ใช้สถิติ Chi-square test

                         4.  ความพึงพอใจและข้อเสนอแนะของเภสัชกรต่อแบบฟอร์มเก็บข้อมูลความปลอดภัย ค่าเฉลี่ย ส่วน

                             เบี่ยงเบนมาตรฐาน Cronbach's alpha  ทั้งหมดวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม Spss และกำหนด
                             ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05


                  ผลการศึกษา
                         การพัฒนาระบบติดตามและจัดการความปลอดภัยเชิงรุก 3 วงรอบ ได้ผลลัพธ์ ดังนี้ 1. การพัฒนา

                  แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน 2. พัฒนาตำรับ Vitamin K solution 3. การพัฒนาองค์ความรู้
                  บุคลากร 4. กำหนดตัวชี้วัดความคลาดเคลื่อนทางยาเข้าสู่ KPIs หน่วยงาน 5. เชื่อมโยงส่งต่องานปฐมภูมิ

                  เพื่อค้นหาสาเหตุและบูรณาการการดูแลผู้ป่วย 6. พัฒนา Line OA เพื่อติดตามผู้ป่วย 7. การขยายจุดบริการ

                  คลินิกวาร์ฟาริน เมื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ 6 เดือนก่อนและหลังการใช้ระบบพบว่าจำนวนผู้ป่วยที่มีค่า INR สูง
                  เกินเป้าหมายลดลง และอยู่ในช่วงเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 30.17 เป็นร้อยละ 36.16 อุบัติการณ์อาการไม่

                  พึงประสงค์ที่เป็นเหตุต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลลดลงจากร้อยละ 2.12 เป็นร้อยละ 0.98 (p=0.015) คะแนน
                  ความร่วมมือในการใช้ยาระดับดีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ผู้ป่วยมีความพึงพอใจต่อระบบ
   335   336   337   338   339   340   341   342   343   344   345