Page 691 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 691
O36
ผลการศึกษา
การศึกษาในครั้งนี้มีผู้ป่วยระยะกลางจำนวน 30 ราย ผู้ดูแล 30 ราย โดยจำแนกตามเพศ ผู้ป่วยเพศ
ชาย12 ราย ผู้ป่วยเพศหญิง 18 ราย ผู้ดูแลเพศชาย 9 ราย และผู้ดูแลเพศหญิง 21 ราย, ค่าเฉลี่ยอายุ±ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐานของผู้ป่วยอยู่ที่ 62.73 ±14.93 ปี ของผู้ดูแลอยู่ที่ 48.73 ± 9.94 ปี, การวินิจฉัยโรค
แบ่งออกเป็นโรค 4 กลุ่มโรค คือ หลอดเลือดสมอง 20 ราย ภาวะบาดเจ็บทางสมอง 7 ราย ภาวะบาดเจ็บทาง
ไขสันหลัง 2 ราย และภาวะกระดูกสะโพกหักจากภยันตรายชนิดไม่รุนแรง 1 ราย โดยสามารถแบ่งอาการและ
อาการแสดงออกได้เป็น ร่างกายซีกขวาอ่อนแรง จำนวน 9 ราย ร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง จำนวน 16 ราย
แขนขาทั้งสองข้างอ่อนแรง 3 ราย ขาสองข้างอ่อนแรง 2 ราย และมีการจำกัดการเคลื่อนไหวข้อสะโพก 1 ราย
ผลการวิเคราะห์ความรู้ความเข้าใจก่อนการใช้สื่อ “Srisongkram IMC rehab book” ของผู้ป่วยมีค่าเฉลี่ย
1.47 ± 0.38 และผู้ดูแลมีค่าเฉลี่ย 1.54 ± 0.48 และค่าเฉลี่ยหลังการประยุกต์ใช้สื่อของผู้ป่วยเท่ากับ 4.49 ±
0.35 ผู้ดูแลเท่ากับ 4.38 ± 0.64 ค่าคะแนนระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยก่อน
การประยุกต์ใช้สื่อเท่ากับ 10.03 ± 5.02 และหลังประยุกต์ใช้สื่อเท่ากับ 16.57 ± 4.71 ผลการวิเคราะห์ค่า
ความแตกต่างทางสถิติด้วย Paired Sample t-Test พบว่าผู้ป่วยและผู้ดูแลมีระดับความรู้ความเข้าใจในการใช้
สื่อมากขึ้น รวมถึงระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยหลังการประยุกต์ใช้สื่อ เพิ่มขึ้น
มากกว่าก่อนทำการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.05)
อภิปรายผล
จุดมุ่งหมายของการพัฒนาสื่อให้ความรู้ด้านการฟื้นฟูทางกายภาพบำบัดในกลุ่มผู้ป่วยระยะกลาง
เพื่อให้ผู้ป่วยระยะกลางเกิดการเข้าถึงการฟื้นฟูทางกายภาพบำบัด ซึ่งจากเดิมการเลือกรูปแบบการฟื้นฟูสมรรถ
ในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และความพร้อมของผู้ป่วยและญาติเป็นหลักในการเข้ามารับบริการ
ที่โรงพยาบาล รวมถึงการให้บริการแบบเยี่ยมบ้านในชุมชนมีความถี่ไม่มากพอเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น
ส่งผลให้เกิดปัญหาในการเข้าถึงและได้รับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพที่เหมาะสมเพียงพอ ปัญหาเหล่านี้สามารถ
แก้ไขได้จากการเพิ่มองค์ความรู้ให้แก่ผู้ป่วยและผู้ดูแล เน้นการพึ่งพากันเองที่บ้าน การพัฒนาสื่อให้ความรู้ด้าน
การฟื้นฟูทางกายภาพบบำบัดยังช่วยแก้ปัญหาสื่อให้ความรู้รูปแบบเดิมที่เป็นภาพสองมิติที่ทำให้ผู้ป่วยและ
ผู้ดูแลไม่มั่นใจในการปฏิบัติ แก้ปัญหาผู้ดูแลสับเปลี่ยนการดูแลผู้ป่วยหลายคน การพัฒนาสื่อให้ความรู้ด้าน
การฟื้นฟูทางกายภาพบำบัดนี้จึงส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการเข้าถึงการบริการฟื้นฟูทางกายภาพบำบัดได้มากขึ้น
จึงลดภาวะแทรกซ้อน ความพิการและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับการศึกษาของศุภานันท์
โพทะยะ และคณะ (2563) ได้ศึกษาผลของการให้ความรู้ด้านการฟื้นฟูทางกายภาพบําบัดที่บ้านแก่ผู้ดูแลต่อ
ความรู้ของผู้ดูแลและความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง พบว่าการให้
ความรู้ด้านการฟื้นฟูทางกายภาพบําบัดช่วยเพิ่มความรู้ความสามารถญาติผู้ดูแลในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย
โรคหลอดเลือดสมองที่บ้าน ส่งผลให้ระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย
โรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นด้วย

