Page 755 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 755
P50
ทางคลังเลือดจะไม่ทำการ crossmatch และเตรียมเลือดแต่ละหมู่สำรองไว้สำหรับการใช้เร่งด่วน ซึ่งแพทย์สามารถ
ตรวจสอบปริมาณเลือดสำรองสำหรับการผ่าตัดนี้ได้ผ่านแอพลิเคชัน E-Chart ของโรงพยาบาล →หากมีความ
จำเป็นต้องใช้เลือด ให้เลือกช่อง Immediate spin 15 นาที พร้อมแพทย์เซ็นในใบติดต่อรับเลือด เพื่อขอรับเลือด
→ คลังเลือดจะปลดเลือดหลังผ่าตัด 24 ชั่วโมง
3. กำหนดการใช้แบบฟอร์มขอโลหิตประเภทต่างๆ อย่างชัดเจน
4. สร้างระบบแจ้งให้ญาติผู้ป่วยมาบริจาคเลือดเพื่อสำรองให้กับผู้ป่วยรายที่ต้องสำรองเลือดเพื่อการผ่าตัด
โดยออก แบบฟอร์มใบนำส่งญาติผู้ป่วยมาบริจาคโลหิตทดแทน และลงไว้ในระบบ HIS ของโรงพยาบาลสุรินทร์
เพื่อให้ห้องตรวจได้ทำการพิมพ์ใบนำส่งให้ญาติมาติดต่อที่คลังเลือด
5. จัดระบบสำรองเลือดรายวัน โดยแยกตามหมู่โลหิตเพื่อสำรองสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเตรียมผ่าตัด
และข้อมูล แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดสามารถตรวจเช็คปริมาณเลือดสำรองสำหรับการผ่าตัดนี้ได้ผ่านแอพลิเคชัน
E-Chart ของโรงพยาบาล ทำให้แพทย์มีความมั่นใจว่ามีเลือดสำรองให้กับผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด
อภิปรายผล
จากการดำเนินการพัฒนาระบบการเตรียมเลือดสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดประเภทไม่เร่งด่วน
(Elective Surgery) ในโรงพยาบาลสุรินทร์ พบว่า การปรับปรุงกระบวนการและวางแผนการใช้เลือดอย่างเป็น
ระบบ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในหลายด้าน ได้แก่ ความถูกต้องในการขอใช้เลือด ลดปริมาณการสั่งเลือด
เกินความจำเป็น ลดการสูญเสียค่าใช้จ่าย ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น และมีเลือดสำรองคงคลังไว้ให้ผู้ป่วยที่มีความ
ต้องการใช้จริง
สรุปและข้อเสนอแนะ
ผลการพัฒนาแสดงให้เห็นว่า ระบบใหม่สามารถลดอัตราการ crossmatch to transfusion ratio (C/T
ratio) จากค่าเฉลี่ยเดิมที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 2.7 ลงมาอยู่ในระดับ 2.3 ซึ่งแสดงถึงความแม่นยำ
ในการคาดการณ์การใช้เลือดที่ดีขึ้น และส่งผลให้ต้นทุนในการปฏิบัติงานลดลง แต่อย่างไรก็ตามค่า C/T ratio
ที่ได้ก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (≤2.0) ซึ่งเป็นโอกาสที่ต้องพัฒนาต่อไป
ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้หากนำแนวทาง Maximum Surgical Blood Ordering Schedule (MSBOS)
มาใช้ร่วมกับการวางแผนการใช้เลือดล่วงหน้า ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถประเมินความต้องการ
ใช้เลือดได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้หน่วยธนาคารเลือดสามารถบริหารจัดการทรัพยากรเลือดได้
อย่างมีประสิทธิภาพและมีความมั่นคงทางปริมาณเลือดสำรองมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การอบรมและให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในด้านการขอใช้เลือดอย่างเหมาะสม
และการสื่อสารระหว่างทีมผ่าตัดกับหน่วยธนาคารเลือดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยลดข้อผิดพลาด
จากการขอใช้เลือดผิดประเภทหรือไม่จำเป็นได้

