Page 937 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 937
T42
พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยประคับประคองระยะใกล้เสียชีวิต โรงพยาบาลยโสธร
นางเตียงคำ แสงทอง
โรงพยาบาลยโสธร จังหวัดยโสธร เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
1. ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ในปัจจุบันเทคโนโลยีและวิวัฒนาการทางการแพทย์มีความเจริญก้าวหน้ามากทำให้สามารถช่วยเหลือ
ผู้ป่วยให้รอดชีวิตหรือยืดชีวิตได้มากขึ้นส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยระยะสุดท้ายหรือผู้ที่อยู่ในภาวะเจ็บป่วยคุกคาม
1
ชีวิตไม่สามารถรักษาให้หายได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เมื่อการดำเนินโรคมาสู่ระยะสุดท้ายของชีวิต การทำงาน
2
ของอวัยวะต่างๆจะทรุดลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างกายไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้และเสียชีวิตในที่สุด
โดยพบว่าผู้ป่วยระยะท้ายหลายโรคที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากอาการต่างๆ อาทิ ผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย
มีความทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกายจิตใจ สังคม และจิตวิญญาณอาการทางร่างกายที่พบบ่อย ได้แก่ อาการปวด
อ่อนเพลีย หายใจหอบเหนื่อย ท้องผูกคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด และผอมแห้ง ปัญหาด้านจิตใจ
ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความเครียด วิตกกังวล ท้อแท้ ซึมเศร้าความกลัวปัญหาด้านสังคม ได้แก่ ปัญหาการเงิน
สวัสดิการการจ้างงาน สำหรับในประเทศไทยมีความพยายามขับเคลื่อนในเชิงนโยบายกำหนดแผนยุทธศาสตร์
ระดับชาติว่าด้วยการสร้างเสริมสุขภาวะในระยะท้ายของชีวิตปัจจุบันประชากรประเทศไทยได้มีการเจ็บป่วย
ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจำนวนมากและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีทั้งนี้เกิดจากสาเหตุจากพฤติกรรมสุขภาพ
และด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้ผู้ที่เจ็บป่วยได้รับการรักษาดูแลที่มีคุณภาพส่งผลให้ประชากรมีอายุ
เพิ่มมากขึ้น และกลายเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุขัยยาวนานขึ้นด้วยเหตุนี้จึงทำให้สังคมของประเทศไทยมีจำนวน
ผู้สูงอายุ (คือผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี) (คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ, 2557) เพิ่มจำนวนขึ้นที่สำคัญได้เริ่ม
กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันมีจำนวนถึง 10 ล้านหรือประมาณร้อยละ 15 ของประชากรทั้งหมดแล้ว
จะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปีพ.ศ. 2564 โดยจำนวนร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดและคาดว่า
อีกในอีกไม่ถึง 20 ปีข้างหน้าจะมีถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด (คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ, 2557)
ลักษณะกลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้จะมีการเสื่อมสภาพของร่างกายตามวัยแล้วพัฒนาเป็นการเจ็บป่วยเรื้อรังได้ง่าย
ดังเช่น National Council on aging (N. D) กล่าวว่าผู้สูงอายุจะมีการเจ็บป่วยแล้วกลายเป็นโรคประจำตัว
เรื้อรังอย่างน้อยหนึ่งโรคมากถึงร้อยละ 80 หรือมีโรคประจำตัวอย่างน้อยสองโรคพบได้ร้อยละ 68 โรคเรื้อรัง
เป็นโรคที่รักษาไม่หายการเจ็บป่วยนี้จะเปลี่ยนแปลงจนไม่มีการตอบสนองต่อการรักษาและเสียชีวิตในที่สุด
ที่สำคัญวิธีการเจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังเหล่านี้ก่อนที่จะมีการเสียชีวิตคือช่วงเวลาที่สำคัญซึ่งเป็นระยะท้าย
ของชีวิตเรียกว่าผู้ป่วยหรือผู้ที่เจ็บป่วยในระยะท้ายของชีวิต(End of life patients)หรือผู้ป่วยใกล้ตาย
(Dying patients) ซึ่งจะหมายถึงคนที่จะมีชีวิตรอดหรือสามารถดำเนินชีวิตอยู่ต่อไปได้เพียงแค่หกเดือน
หรือน้อยกว่า (รัชตะรัชตะนาวิน, 2558) ซึ่งประเทศไทยในปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยที่เจ็บป่วยโรคเรื้อรัง
จำนวนมากขึ้นและมีอาการอยู่ในระยะท้ายของชีวิตเป็นจำนวนมากขึ้นด้วยเช่นกันทั้งนี้จากการทบทวน
วรรณกรรมยังไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนที่แน่นอนของผู้ป่วยที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิตในประเทศไทย

