Page 939 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 939
T44
ส่วนปัญหาด้านอื่นดังเช่นด้านจิตใจจิตวิญญาณได้มีความกลัวและวิตกกังวลอย่างมากทั้งในเรื่องความเจ็บป่วย
ที่เป็นอยู่และอาการที่สร้างความทุกข์ทรมานเป็นระยะส่วนความไม่สุขสบายด้านสังคมวัฒนธรรมพบว่าปัญหา
การสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและญาติกับเจ้าหน้าที่สุขภาพได้ถูกกล่าวถึงมากที่สุดซึ่งกระทบไปถึงการไม่กล้าสื่อสาร
เพื่อร้องขอยาที่ต้องการส่วนเรื่องสถานที่ทั้งลักษณะหอผู้ป่วยบริเวณที่ทำงานของพยาบาล รวมทั้งห้องน้ำ
ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความไม่สุขสบายด้านสิ่งแวดล้อมดังนั้นในช่วงเวลาการเจ็บป่วยในระยะสุดท้าย
หรือระยะใกล้ตายนี้จำเป็นต้องให้การดูแลอย่างองค์รวมโดยมีผู้ป่วยครอบครัวเป็นศูนย์กลางซึ่งการดูแล
ที่สามารถตอบสนองความต้องการผู้ป่วยเหล่านี้ได้คือการดูแลแบบประคับประคองภาวะสุขภาพ เนื่องจาก
เป็นการดูแลที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและสมาชิกภายในครอบครัวที่กำลังเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้น
จากการเจ็บป่วยที่คุกคามชีวิตโดยผ่านการป้องกันและบรรเทาความทุกข์ทรมานโดยการระบุและประเมิน
อาการผู้ป่วยอย่างถูกต้องแม่นยำ พร้อมทั้งให้การดูแล บรรเทาความเจ็บปวดและปัญหาอื่นๆ ทั้งทางด้าน
ร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ (World Health Organization, 2016) โดยที่การดูแลแบบ
ประคับประคองภาวะสุขภาพ มีวัตถุประสงค์หลัก (Primary goal) อยู่ที่ความสุขสบาย (Comfort)
(Chodinow, 2006; Department of pain medicine and palliative care, 2005; Egan & Labyak, 2006;
Thacker, 2008)
ซึ่งความสุขสบายเป็นสิ่งที่สำคัญต้องมีความสุขสบายเป็นที่ตั้ง วัตถุประสงค์หลัก (Primary goal)
และผลลัพธ์ของการดูแล (Outcome) นอกจากนี้การดูแลแบบประคับประคองยังมีวัตถุประสงค์ ช่วยให้ผู้ที่อยู่
ในระยะท้ายของชีวิตสามารถดำรงไว้ซึ่งความมีศักดิ์ศรีของมนุษย์ (Diginity) คุณภาพชีวิตที่ดี (Quality of
life) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิตและครอบครัวมีทางเลือก มีโอกาส
,
,
ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาพยาบาล (Patients and family choices of care) (Kolcaba,
2003) (Department of pain medicine and palliative care, 2005; Egan & Labyak, 2006) ความสุข
สบายเป็นเป้าหมายและผลลัพธ์การดูแลที่สำคัญในการดูแลแบบประคับประคองภาวะสุขภาพในผู้ที่เจ็บป่วยใน
ระยะสุดท้ายของชีวิตโดย Kolcaba (2013) ได้ให้ความหมายว่าเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทันที ทำให้ตนเอง
มีความเข้มแข็งและกำลังใจมากขึ้น จากการได้รับการบรรเทาความไม่สุขสบายต่างๆ (relief) จนมีความสุข
สบายและสงบที่เรียกว่า Ease และสามารถอยู่เหนือปัญหาความไม่สุขสบายต่างๆ ได้อย่างไม่รู้สึกทุกข์ทรมาน
กับการที่ต้องเผชิญกับความไม่สุขสบายนั้นๆ (Transcendence) การได้รับการตอบสนองความสุขสบาย
ทั้ง 3 แบบ ในบริบททั้ง 4 ด้านได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ จิตวิญญาณ ด้านสังคมวัฒนธรรม
และด้านสิ่งแวดล้อม จะทำให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจ (Satisfaction) เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน (Kolcaba, 1994)
จะเห็นได้ว่าการดูแลความสุขสบายเป็นการดูแลแบบองค์รวม และมีศิลปะในการดูแล (Art) ดังนั้นการดูแล
ความสุขสบาย จึงเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยในระยะท้ายของชีวิตมีความต้องการ (Killery& Meier, 2015) ดังตัวอย่าง
ที่ผู้วิจัยได้มีโอกาสเยี่ยมเพื่อนที่ทำงานท่านหนึ่งที่อยู่ในระยะใกล้ตายจากมะเร็งท่อน้ำดีได้กล่าวว่า
“คนไข้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากความสุขสบาย มันต้องการจริง ๆ เพราะจะนั่งก็นั่งไม่ได้ จะนอนก็นอนไม่ได้”
ดังนั้นสรุปได้ว่าการดูแลแบบประคับประคองภาวะสุขภาพที่มีความสุขสบายเป็นเป้าหมายหลักจึงเป็นรูปแบบ
ที่เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต (End of life care)

