Page 141 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 141
C21
ประสิทธิผลการใช้รูปแบบการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินตามลำดับความเร่งด่วน
งานอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช โรงพยาบาลท่าหลวง จังหวัดลพบุรี
นางสาวทวีรัตน์ จงนุเคราะห์, นางสุริมาศ บุญธรรม และคณะ
โรงพยาบาลท่าหลวง จังหวัดลพบุรี เขตสุขภาพที่ 4
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
จากสถิติกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทย จำนวนผู้เจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ปี 2564-2566 จำนวน
55,911, 59,375, 57,580 คน ตามลำดับ จำนวนผู้เจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉินที่เสียชีวิต ภายใน 24 ชั่วโมง
ใ น โรงพยาบาล ปี 2564-2566 จำนวน 6,040, 6,808, 5,952 คน ตามลำดับ งานบริการพยาบาลผู้ป่วย
อุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช (Emergency department: ER) เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญและเป็นด่านแรก
ของโรงพยาบาลให้บริการ 24 ชั่วโมง หน่วยคัดกรองและคัดแยกประเภทผู้ป่วยเป็นจุดแรกที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
ซึ่งเป็นการประเมินสภาพผู้ป่วยอย่างรวดเร็วเพื่อค้นหาปัญหาฉุกเฉินและจัดลำดับความเร่งด่วนของการเจ็บป่วย
ตามอาการสำคัญได้รับการตรวจรักษาพยาบาลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ผู้ป่วยมารับบริการจากพยาบาลผู้ทำ
หน้าที่คัดแยกประเภทผู้ป่วย (Triage nurse) ระบบการคัดแยกประเภทที่มีความละเอียดเที่ยงตรงมีความ
คลาดเคลื่อนน้อยที่สุดจะช่วยให้พยาบาลสามารถคัดแยกผู้ป่วยได้ถูกต้องตามความเร่งด่วน ส่งผู้ป่วยไปยังพื้นที่
รักษาที่มีความเหมาะสม ลดความล่าช้าในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน ลดอัตราการตายที่ไม่สมควร
ลดค่าใช้จ่ายและทรัพยากรขององค์กรที่ต้องนำมาใช้เกินความจำเป็น ลดอัตราความคลาดเคลื่อนในการคัดแยก
ลดระยะเวลานอนโรงพยาบาล และลดความแออัด
โรงพยาบาลท่าหลวง จังหวัดลพบุรี เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง งานอุบัติเหตุฉุกเฉินและ
นิติเวช ได้มีการดำเนินงานการคัดแยกผู้ป่วยและจัดลำดับการบริการของกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นปัจจุบัน
ตาม MOPH ED TRIAGE โดยจำแนกผู้ป่วยเป็น 5 ประเภทได้แก่ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ผู้ป่วยฉุกเฉินมาก ผู้ป่วยฉุกเฉิน
ผู้ป่วยกึ่งฉุกเฉิน และผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน งานอุบัติเหตุฉุกเฉินจัดทำคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ
และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของบุคลากรที่จุดคัดแยกและนำมาใช้เป็นแนวทางในการคัดแยกประเภทผู้ป่วย
ปัญหาสำคัญที่พบบ่อยคือ การคัดแยกต่ำกว่าเกณฑ์ (Under triage) ร้อยละ 11.68 พบจำแนกประเภท
ไม่ถูกต้องมากที่สุด คือประเภทฉุกเฉินมาก (Emergency) เป็นประเภทฉุกเฉิน (Urgency) ร้อยละ 49.7
การคัดแยกที่สูงกว่าเกณฑ์ (Over triage) ร้อยละ 10.47 พบจำแนกประเภทไม่ถูกต้องมากที่สุด คือ ประเภท
ฉุกเฉิน (Urgency) เป็นประเภทฉุกเฉินมาก (Emergency) ร้อยละ 34.7 (งานอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช
โรงพยาบาลท่าหลวง, 2566) ยังมีจุดที่ต้องพิจารณาในประเด็นความแม่นยำในการคัดกรองจากการส่ง-รับเวร
โดยข้อมูลพบว่ามีทั้ง การประเมินที่สูงกว่าเกณฑ์ (Over triage) ในผู้ป่วยที่ไม่ฉุกเฉิน ส่งผลให้ต้องเสียค่าใช้จ่าย
และเกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ฉุกเฉินมากกว่าหรือในผู้ป่วยที่ฉุกเฉินมากแต่ได้รับการประเมิน

