Page 186 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 186

D14

                               นวัตกรรม พัฒนารูปแบบการสอนอาบน้ำ เช็ดตา - ดือทารกแรกเกิด


                                                                                       นางสาววรรณวิไล ไกรสูนย์

                                                              โรงพยาบาลบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขตสุขภาพที่ 6
                                                                                ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์

                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                         จากการเก็บข้อมูลของงานหลังคลอดและกุมาร โรงพยาบาลบางปะกง ระหว่างตุลาคม - พฤศจิกายน 2567
                  มีจำนวนมารดาหลังคลอด 117 ราย พบว่า มารดาหลังคลอดมีความสับสนและไม่มั่นใจในการอาบน้ำ เช็ดตา-สะดือ
                  ทารก คิดเป็นร้อยละ 62.39 วิเคราะห์สาเหตุได้ว่าจากมารดาครรภ์แรกไม่เคยมีประสบการณ์ และบางรายได้รับ
                  การสอนที่ไม่เหมือนกันในแต่ละครั้งที่เปลี่ยนผู้สอน ดังนั้นหน่วยงานหลังคลอดจึงมีการพัฒนากระบวนการและ

                  รูปแบบการสอนอาบน้ำ เช็ดตา-สะดือทารกเพื่อป้องกันทารกตัวเย็นขณะอาบน้ำ และป้องกันตา-สะดือติดเชื้อ
                  สื่อการสอนนี้จัดทำขึ้นโดยยึดหลักการเข้าถึงง่าย สะดวก สามารถเรียนรู้ได้ซ้ำ ๆ ทำได้ทุกที่ทุกเวลา สอดรับกับ
                  บริบทของคนในยุคปัจจุบัน ที่เข้าถึงสื่อออนไลน์ได้ง่ายและรวดเร็ว จึงคิดนวัตกรรมนี้ขึ้น

                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                         1. เพื่อพัฒนานวัตกรรม พัฒนารูปแบบการสอนอาบน้ำ เช็ดตา-ดือทารกแรกเกิด

                         2. เพื่อศึกษาผลของนวัตกรรม พัฒนารูปแบบการสอนอาบน้ำ เช็ดตา-ดือทารกแรกเกิด

                  วิธีการศึกษา
                         การพัฒนานวัตกรรม พัฒนารูปแบบการสอนอาบน้ำ เช็ดตา-ดือทารกแรกเกิด เป็นการศึกษาแบบ
                  เป็นการศึกษาโดยใช้แนวคิด PDCA ดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้
                         1) ขั้นที่ 1 ขั้นศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับนวัตกรรม จากการทบทวนปัญหา

                  ในงานหลังคลอด และคัดเลือกปัญหามาทำงานนวัตกรรม วางกรอบรูปแบบการจัดทำนวัตกรรมการพัฒนา
                  รูปแบบการสอนอาบน้ำ เช็ดตา-ดือทารกแรกเกิด เน้นเข้าถึงง่าย สะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้งานได้จริง
                  ภายใต้กรอบแนวคิดองค์ความรู้ในการอาบน้ำเช็ดตัวทารก และการสื่อสารผ่าน  multimedia และ

                  smart phone จากนั้นนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เอกสาร (Content analysis)
                         2) ขั้นที่ 2 ขั้นยกร่างนวัตกรรม พัฒนารูปแบบการสอนอาบน้ำ เช็ดตา-ดือทารกแรกเกิด ในขั้นตอนนี้
                  ผู้วิจัยนำข้อมูลจาก ขั้นตอนที่ 1 มายกร่างเป็นรูปแบบการสอนอาบน้ำ เช็ดตา-ดือทารกแรกเกิด เขียนบท
                  ถ่ายทำเก็บภาพ บันทึกตัดต่อเสียงและภาพ แล้วนำไปจัดทำ QR code และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน
                  แล้วนำมาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence, IOC.) ของเนื้อหาและรับรอง

                  โครงร่างแนวทาง ฯ
                         3) ขั้นที่ 3 การประเมินผลนวัตกรรม พัฒนารูปแบบการสอนอาบน้ำ
                  เช็ดตา-ดือทารกแรกเกิด ในขั้นตอนนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการนำไปใช้กับ

                  กลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 มารดาหลังคลอดเข้าศึกษา กลุ่มที่ 2
                  พยาบาลวิชาชีพและผู้ช่วยเหลือคนไข้เข้าศึกษา และวัดผลความรู้ของพยาบาล
                  วิชาชีพและผู้ช่วยเหลือคนไข้ ทักษะของมารดา และความพึงพอใจ
                         ระยะเวลาดำเนินการ ธันวาคม 2567 – มกราคม 2568
   181   182   183   184   185   186   187   188   189   190   191