Page 188 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 188
D16
ผลของแนวทางปฏิบัติการหย่า High Flow Nasal Cannula ต่อระยะเวลาการใช้เครื่อง
และผลลัพธ์ทางคลินิกในทารกแรกเกิด ในหออภิบาลทารกแรกเกิด
แพทย์หญิงฐาปนี เกตุเกลี้ยง
โรงพยาบาลโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เขตสุขภาพที่ 7
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
High Flow Nasal Cannula (HFNC) เป็นอุปกรณ์ช่วยหายใจแบบไม่รุกล้ำที่ได้รับความนิยม
ในหออภิบาลทารกแรกเกิด (NICU) เนื่องจากใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่รบกวนการดูแลหรือการสัมผัส
ของบิดามารดา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแนวทางมาตรฐานในการหย่า HFNC จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพื่อพัฒนา
แนวทางที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดระยะเวลาใช้งานและลดภาวะแทรกซ้อน
วัตถุประสงค์การศึกษา
วัตถุประสงค์หลัก : เพื่อศึกษาผลของแนวทางการหย่า HFNC ต่อระยะเวลาการใช้เครื่องในทารกแรกเกิด
วัตถุประสงค์รอง : เปรียบเทียบระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ระยะเวลาการใช้ออกซิเจน อุบัติการณ์
การกลับมาใช้ HFNC และระยะเวลาเริ่มดื่มนมจากแก้ว
วิธีการศึกษา
เป็นการศึกษาแบบ Prospective Cohort ในทารกแรกเกิดที่ใช้ HFNC ในหออภิบาลทารกแรกเกิด
ระหว่าง 1 เมษายน - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยนำแนวทางการหย่า HFNC มาใช้เมื่อทารกมีอัตรา
การหายใจน้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที SpO2 ≥ 95% และ Silverman Anderson score < 5 พยาบาล
เป็นผู้ดำเนินการหย่าเครื่องตามแนวทาง
ผลการศึกษา
กลุ่มที่ใช้แนวทางปฏิบัติหย่า HFNC มีระยะเวลาใช้เครื่องสั้นลง (3.2 ± 1.1 วัน vs 5.1 ± 1.4 วัน,
p<0.01) นอนโรงพยาบาลสั้นลง (12.4 vs 15.7 วัน, p<0.05) ใช้ออกซิเจนน้อยลง (4.7 vs 6.9 วัน, p<0.01)
และมีอัตรากลับมาใช้เครื่องซ้ำภายใน 24 ชม. ต่ำกว่า (2.5% vs 12.5%, p<0.05)
อภิปรายผล
แนวทางหย่า HFNC มีประสิทธิภาพในการลดระยะเวลาใช้งานและลดภาวะแทรกซ้อน สอดคล้องกับ
งานวิจัยเดิมที่ชี้ว่าแนวทางที่ชัดเจน ช่วยเพิ่มคุณภาพการดูแล ลดความแปรปรวนในการตัดสินใจ และส่งเสริม
การทำงานของทีมสหสาขาวิชาชีพ
สรุปและข้อเสนอแนะ
การใช้แนวทางหย่า HFNC มีผลดีต่อการรักษาทารกแรกเกิด ควรมีการนำแนวทางนี้มาใช้ใน NICU
อย่างแพร่หลาย รวมถึงการอบรมพยาบาลวิชาชีพให้สามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจ ควรศึกษาระยะยาว
เพิ่มเติมเพื่อประเมินผลลัพธ์ด้านพัฒนาการ

