Page 200 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 200
D28
โรคหอบหืดและการบริหารการหายใจมีผลช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากการสังเกตจากภาพ จดจำเนื้อหา
และทำให้เด็กเลียนแบบพฤติกรรมจากตัวการ์ตูน ซึ่งเป็นตัวต้นแบบสัญลักษณ์ อธิบายได้ตามแนวคิดทฤษฎี
การเรียนรู้โดยการสังเกตของแบนดูรา โรส และโรส ซึ่งมี 4 กระบวนการ คือ 1) กระบวนการสนใจ
2) กระบวนการจดจำ 3) กระบวนการแสดงพฤติกรรมเหมือนตัวแบบ 4) กระบวนการจูงใจ
ผลการวิจัยสนับสนุนสมมติฐานที่ 2 คือ ผู้ป่วยเด็กวัยเรียนกลุ่มที่ได้รับนวัตกรรม บ๊าย บาย หอบหืด
ในกระบวนการวางแผนจำหน่ายร่วมกับฝึกบริหารการหายใจและใช้ยาสูดพ่นมีการจับหืดต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับ
การพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) สามารถอธิบายผลได้ดังนี้ เด็กในกลุ่มทดลองได้รับ
นวัตกรรม บ๊าย บาย หอบหืด ในกระบวนการวางแผนจำหน่ายร่วมกับฝึกบริหารการหายใจและใช้ยาสูดพ่น
ทำให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นและมีพฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มทักษะ
ในการพ่นยาขยายหลอดลมที่ถูกวิธี การบริหารการหายใจที่ถูกต้อง ทำให้เด็กสามารถจัดการตนเองเมื่อเกิด
การจับหืดได้ดี สอดคล้องกับการศึกษาของ นวลอนงค์ และคณะ (2545) ที่ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรม
การสอนแบบพึ่งตนเองสำหรับเด็กวัยเรียนโรคหอบหืด ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลสังกัด
ทบวงมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร พบว่าเด็กกลุ่มทดลองที่ได้รับการสอนแบบพึ่งตนเองมีความถี่ของ
การเกิดอาการโรคหอบหืดน้อยกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลปกติ
ผลการวิจัยนี้สรุปได้ว่า การใช้นวัตกรรม บ๊าย บาย หอบหืด ในกระบวนการวางแผนจำหน่ายร่วมกับ
ฝึกบริหารการหายใจและใช้ยาสูดพ่นที่ประยุกต์ใช้ภายใต้กรอบแนวคิดการเรียนรู้โดยการสังเกตของแบนดูรา
โรส และโรส ซึ่งมี 4 กระบวนการ คือ กระบวนการสนใจ กระบวนการจดจำ กระบวนการแสดงพฤติกรรม
เหมือนตัวแบบ และกระบวนการจูงใจ สามารถทำให้เด็กวัยเรียนโรคหอบหืดมีความรู้และพฤติกรรมในการดูแล
ตนเองสูงขึ้นแล้ว ยังพบว่ามีการจับหืดลดลงร่วมกับไม่มีอาการหอบหืดกำเริบที่ต้องเข้ารับการรักษาซ้ำภายใน
28 วันอีกด้วย
สรุปและข้อเสนอแนะ
1. ค่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคหอบหืดก่อนการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่าง
กัน (p>.05) และค่าคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมการดูแลตนเองก่อนการทดลองของกลุ่มทดลองและ
กลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)
2. ค่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคหอบหืดหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่าง
มีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และค่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง
สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)
3. ค่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคหอบหืดก่อนและหลังการทดลองในกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน
(p>.05) และค่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน
(p>.05) และค่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคหอบหืดก่อนและหลังการทดลองในกลุ่มทดลองแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และค่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองก่อนและหลังการทดลอง
ของกลุ่มทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)
4. การจับหืดหลังการทดลองของกลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)
5. ผู้ป่วยเด็กวัยเรียนโรคหอบหืด กลุ่มที่ได้รับนวัตกรรม บ๊าย บาย หอบหืด ในกระบวนการวางแผน
จำหน่ายไม่มีอาการหอบหืดกำเริบที่ต้องเข้ารับการรักษาซ้ำภายใน 28 วัน

