Page 196 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 196
D24
ผลการศึกษา
ทีมพัฒนาได้ติดตามและประเมินผลในระยะเวลา 6 เดือน ทารกแรกเกิดจำนวน 575 ราย
โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากเวชระเบียนและรายงาน พบการใช้เครื่องมืออัตราการใช้งานร้อยละ 100 อย่างไรก็ตาม
พบการบันทึกคะแนนและการดำเนินการตามเกณฑ์ไม่ครบถ้วนร้อยละ 2.84 ระยะเวลาเฉลี่ยในการรายงาน
แพทย์เมื่อพบความผิดปกติลดลงเหลือ 15.18 นาที (เดิมเฉลี่ย 35.16 นาที) พบทารกที่มีอาการเปลี่ยนแปลง
จำนวน 17 ราย (ร้อยละ 2.96) ไม่พบรายใดที่เกิดภาวะทรุดลงและวิกกฤตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้บุคลากรที่มี
ความพึงพอใจในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านความชัดเจนของเกณฑ์การตัดสินใจและความมั่นใจ
ในการประเมินอาการทารก
อภิปรายผล
ผลการนำเครื่องมือไปใช้ในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือในการเฝ้าระวัง
อาการเปลี่ยนแปลงของทารกแรกเกิดที่มีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อและอาการทรุดลง ทั้งนี้แม้จะพบข้อบกพร่อง
เล็กน้อยในด้านการบันทึกคะแนนและการดำเนินการตามเกณฑ์ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับและสามารถ
ปรับปรุงเพิ่มเติมได้ ที่สำคัญคือเครื่องมือนี้ช่วยลดระยะเวลาในการรายงานแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ ซึ่งเป็น
ปัจจัยสำคัญต่อการพิจารณาให้การรักษาได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ไม่พบผู้ป่วยที่เกิดภาวะทรุดลงหรือภาวะ
วิกฤต โดยสรุป Risk Alert for Newborn เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเฝ้าระวังภาวะติดเชื้อและอาการทรุดลงใน
ทารกแรกเกิดได้อย่างครอบคลุม มีประสิทธิภาพ และสามารถต่อยอดในระดับเขตหรือประเทศได้ต่อไป
ในอนาคต
สรุปและข้อเสนอแนะ
เครื่องมือมีประสิทธิภาพในการช่วยคัดกรองและติดตามอาการผิดปกติได้อย่างครอบคลุมและเป็นระบบ
ช่วยให้สามารถรายงานแพทย์และดำเนินการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ลดโอกาสการเกิดภาวะทรุดลงรุนแรง
ในผู้ป่วยทารกแรกเกิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง ควรดำเนินการส่งเสริมการบันทึก
ข้อมูลให้ครบถ้วน พัฒนาเครื่องมือเป็นรูปแบบดิจิทัล เพื่อลดข้อผิดพลาดในการบันทึก และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ
เวชระเบียน และขยายการใช้งานไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายในเขตสุขภาพ เพื่อสร้างมาตรฐานการดูแลทารก
แรกเกิดร่วมกัน

