Page 195 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 195
D23
วิธีการศึกษา
การพัฒนาครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในงานประกันคุณภาพทางการพยาบาล เพื่อลดอัตราการติดเชื้อในผู้ป่วยทารก
แรกเกิด ทีมผู้พัฒนาได้พัฒนา Risk Alert for Newborn : เครื่องมือประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะติดเชื้อและ
อาการทรุดลงในทารกแรกเกิด โดยใช้กระบวนการ PDCA (Plan, Do, Check, Act) สามารถอธิบายได้ ดังนี้
1. การวางแผน (Plan: P) จากการวิเคราะห์การใช้แบบประเมิน Scale of Sepsis (SOS) พบว่า แบบประเมิน
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ปัจจัยเสี่ยงด้านทารก เช่น น้ำหนัก < 1,500 กรัม เพศชาย มีประวัติถ่ายขี้เทาเหนียว (Thick
meconium) ปัจจัยเสี่ยงด้านมารดา เช่น ไข้ > 38°C ถุงน้ำคร่ำแตก > 18 ชั่วโมง ครรภ์แฝด และอาการแสดงทางคลินิก
8 ด้าน ได้แก่ สีผิว การคืนกลับของหลอดเลือดฝอย กำลังกล้ามเนื้อ ภาวะหายใจลำบาก อัตราการหายใจ อุณหภูมิ
ร่างกาย ภาวะหยุดหายใจ และการรับนม แบบประเมินใช้ระบบให้คะแนน 0–5 โดยหากคะแนนรวม < 10
ให้การพยาบาลตามปกติ หาก > 10 คะแนนให้เฝ้าระวังและรายงานแพทย์ จากผลการใช้งานจริง พบข้อจำกัด
หลายประการ เช่น เกณฑ์การตัดสินใจที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ทารกบางรายที่มีอาการสำคัญ เช่น ภาวะหยุดหายใจ
(Apnea) ซึ่งควรได้รับการดูแลเร่งด่วน กลับได้คะแนนต่ำเพียง 2 คะแนน ทำให้เกิดความล่าช้าในการตอบสนอง
นอกจากนี้ แบบประเมินยังไม่ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงบางราย เช่น ทารกเพศหญิง น้ำหนักระหว่าง 1,500–2,500 กรัม หรือ
ภาวะถ่ายขี้เทาใส (Thin meconium) อีกทั้งสัญญาณชีพและอาการแสดงทางคลินิกที่สำคัญบางอย่างไม่ได้ถูกประเมิน
เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ลักษณะหน้าอกบุ๋มที่บ่งชี้ภาวะหายใจลำบาก และลักษณะน้ำย่อยหรืออาเจียนผิดปกติ
จากข้อค้นพบดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้อง ทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาเครื่องมือประเมินใหม่ ให้สามารถใช้ได้กับ
ทารกทุกราย มีความครอบคลุมมากขึ้น และช่วยแจ้งเตือนภาวะเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ
2. การปฏิบัติ (Do: D) ทีมพัฒนาได้ปรับปรุงแบบและออกแบบเครื่องมือใหม่ภายใต้แนวคิด
“Risk Alert for Newborn” ที่มุ่งเน้นการประเมินจากสัญญาณชีพและอาการแสดงทางคลินิกที่เกิดขึ้นจริง
เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังภาวะติดเชื้อและภาวะทรุดลงได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยตัวชี้วัด
ในการประเมินประกอบด้วย อุณหภูมิกาย อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจและภาวะหายใจลำบาก
ความดันโลหิตเฉลี่ย (MAP) ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) การคืนกลับของหลอดเลือดฝอย
การตอบสนอง ลักษณะหน้าท้อง และการรับนม โดยใช้ระบบให้คะแนน 0 – 2 คะแนน เกณฑ์การตัดสินใจ
แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ คะแนน 1 – 2 ให้การพยาบาลเบื้องต้น รายงานแพทย์ภายใน 30 นาที และประเมิน
ซ้ำทุก 2 ชั่วโมง คะแนนมากกว่า 2 รายงานแพทย์ทันที ให้การรักษาภายใน 30 นาที และประเมินซ้ำทุก 30 นาที
ถึง 1 ชั่วโมงจนกว่าอาการคงที่ และกรณีมีภาวะหยุดหายใจ (Apnea) ถือเป็นภาวะเร่งด่วน ต้องให้การรักษา
ภายใน 15 นาที ทั้งนี้ ได้จัดทำคู่มือ จัดอบรมบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด
เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความมั่นใจในการใช้งาน ก่อนนำเครื่องมือไปทดลองใช้จริงในพื้นที่เป้าหมาย
3. การตรวจสอบผลการดำเนินงาน (Check: C) ภายหลังการนำเครื่องมือ ไปใช้ในหอผู้ป่วยทารก
แรกเกิด ทีมพัฒนาได้ติดตามและประเมินผลในระยะเวลา 6 เดือน โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากเวชระเบียนและ
รายงานการเฝ้าระวัง ร่วมกับวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของพยาบาลต่อการใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยง
ต่อการเกิดภาวะติดเชื้อและอาการทรุดลงในทารกแรกเกิดแบบใหม่
4. การปรับปรุงแก้ไขส่วนที่มีปัญหา (Act: A) จากผลการติดตามการใช้เครื่องมือพบปัญหาการบันทึก
คะแนน และดำเนินการตามเกณฑ์ยังไม่ครบถ้วนในบางส่วน ทีมพัฒนาจึงวางแผนปรับปรุงโดยเน้น 4 แนวทางหลัก
ได้แก่ 1) การทบทวนกระบวนการใช้งาน แนวทางการบันทึกผลประเมินให้ชัดเจน 2) การอบรมเพิ่มเติม
แก่พยาบาลเวรบ่ายและเวรดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พบข้อผิดพลาดในการบันทึก เพื่อเสริมความเข้าใจในการใช้
เครื่องมือ และ 3) การกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง กำหนดให้หัวหน้าหอผู้ป่วยและผู้ควบคุมเวร ติดตามการใช้
เครื่องมืออย่างใกล้ชิด และสุ่มตรวจความครบถ้วนของการบันทึก

