Page 241 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 241
E39
และสามารถลดพฤติกรรมการใช้สารเสพติดลงได้ ดังนั้น ผู้วิจัยจึงนำแนวคิดการบำบัดความคิดและพฤติกรรม
มาพัฒนาเป็นโปรแกรมการบำบัดความคิดและพฤติกรรม โดยได้มีการนำการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคี
เครือข่ายมาใช้ เพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้ป่วยติดสารเสพติดแอมเฟตามีนในมินิธัญญารักษ์ โรงพยาบาลคำม่วง
จังหวัดกาฬสินธุ์ เพิ่มเติมจากกระบวนการบำบัดแบบชุมชนบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบปกติ
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการบำบัดความคิดและพฤติกรรมต่อพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้ป่วยติดสารเสพติด
แอมเฟตามีนในมินิธัญญารักษ์ โรงพยาบาลคำม่วง
วิธีการศึกษา
การวิจัยแบบกึ่งทดลอง 2 กลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ติดสารเสพติดแอมเฟตามีนในมินิธัญญารักษ์ โรงพยาบาลคำม่วง โดยคำนวณขนาด
กลุ่มตัวอย่าง จากโปรแกรมสำเร็จรูป G-Power Version 3.1.9.2 กำหนดค่าอำนาจในการทดสอบระดับร้อยละ 80
กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 ได้กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มละ 26 คน รวมทั้งหมด 52 คน ป้องกัน Drop out
ร้อยละ 20 ได้ขนาดกลุ่มทดลองจำนวน 33 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 33 คน
เกณฑ์การคัดเข้า คือ 1) ผู้ติดสารเสพติดแอมเฟตามีนที่มีค่าคะแนนจากแบบประเมิน บคก.สธ.V2
ตั้งแต่ 27 คะแนนขึ้นไป 2) เป็นเพศชาย อายุ 18 - 59 ปี 3) มีคะแนน OAS ตั้งแต่ 1 คะแนนขึ้นไป 4) ยินยอม
เข้าร่วมงานวิจัย
เกณฑ์การคัดออก คือ 1) มีโรคหรือมีความผิดปกติทางสมอง 2) มีอาการทางจิตหรือแยกตัวเองออก
จากสังคม 3) อยู่ในระยะถอนพิษยา 4) มีพฤติกรรมก้าวร้าวระดับรุนแรง 5) ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ครบ
เกณฑ์การยุติการเข้าร่วมการวิจัย คือ 1) เสียชีวิต 2) จำเป็นต้องย้ายสถานพยาบาล
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบประเมิน
พฤติกรรมก้าวร้าว (Overt Aggressive Scale) พัฒนาโดย Yudofsky (1986) แปลโดย ตรีนุช ราฎร์ดุษฎี (2558)
ซึ่งผ่านการตรวจสอบเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ นำไปทดลองในกลุ่มที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่าง
แต่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (Try out) จำนวน 10 คน มีการวิเคราะห์หาค่าความเที่ยงแบบ Inter rater เท่ากับ 0.9
เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการบำบัดความคิดและพฤติกรรม ซึ่งผ่านการตรวจสอบ
ความตรงด้านเนื้อหากับวัตถุประสงค์ของเครื่องมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดความคิดและพฤติกรรม
จำนวน 3 ท่าน โดยทุกกิจกรรมมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป โดย 8 กิจกรรม ประกอบด้วย
การสร้างสัมพันธภาพ “อุ่นใจเมื่อแรกพบ” การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคสมองติดยา และพฤติกรรมก้าวร้าวจาก
การใช้สารแอมเฟตามีน “คันฉ่องส่องพฤติกรรม” การค้นหาและตรวจสอบความคิดอัตโนมัติทางลบที่บิดเบือน
ไปจากความจริง หรือไม่สมเหตุสมผล “ตรวจสอบความคิด” การปรับเปลี่ยนความคิด “นักสืบทางความคิด”
การฝึกทักษะ “ผ่อนคลายกายใจ” และ “ปัญหาที่ว่าแย่แก้ได้นะ” การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม
“สื่อสารสร้างสรรค์” และการทบทวนสรุปผล และนำไปปรับใช้ “สะท้อนพฤติกรรม” ซึ่งในแต่ละกิจกรรมใช้
เวลา 90-120 นาที ดำเนินการ 1 กิจกรรมต่อสัปดาห์ ติดต่อกัน 6 สัปดาห์ โดยสัปดาห์ที่ 1 และ 6 มี 2
กิจกรรม และในแต่ละกิจกรรมจะมีการบ้านภายหลังการทำกิจกรรมทุกครั้ง

