Page 264 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 264

E62

                  มีค่าเฉลี่ยระดับเชาวน์ปัญญาเท่ากับ 71.36 และหลังการรักษามีค่าเฉลี่ยระดับเชาวน์ปัญญาเท่ากับ 77.80

                  พบว่าหลังการรักษามีค่าคะแนนเชาวน์ปัญญาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.000)

                  อภิปรายผล

                         ผู้วิจัยขออภิปรายผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ต่อไปนี้
                         1. คุณลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นในคลินิกจิตเวชเด็กโรงพยาบาลขุน

                  หาญ ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 80 ก่อนการรักษาพบว่าส่วนใหญ่มีเชาวน์ปัญญาอยู่ในระดับสติปัญญา

                  บกพร่องเล็กน้อย ร้อยละ 46.7 ผลการศึกษาในครั้งนี้สอดคล้องกับ Ahuja A และคณะ (2013) พบว่า ผู้ป่วย
                  โรคสมาธิสั้นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย (คะแนน IQ 50-69) ร้อยละ 15.0 -20.06 ส่วนใหญ่

                  เป็นเพศชาย ร้อยละ 86.6
                         2. จากการรักษาโรคสมาธิสั้น ก่อนการรักษามีค่าเฉลี่ยระดับเชาวน์ปัญญาเท่ากับ 71.36 และหลัง

                  การรักษามีค่าเฉลี่ยระดับเชาวน์ปัญญาเท่ากับ 77.80 พบว่าหลังการรักษามีค่าคะแนนเชาวน์ปัญญาเพิ่มขึ้น

                  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.000)
                         ผลการศึกษาในครั้งนี้สอดคล้องกับ Ahuja A และคณะ (2013) พบว่ามีการศึกษาในเด็กอายุ 5 - 9

                  ปี พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างโรคสมาธิสั้นที่เป็นประเภทขาดความตั้งใจกับค่าความสามารถทางเชาวน์
                  ปัญญา เด็กสมาธิสั้นจะมีค่า IQ ต่ำเมื่อเทียบกับเด็กปกติเนื่องจากโรคสมาธิสั้นจะส่งผลกระทบต่อความจำที่

                  จำเป็นในการใช้งาน (working memory) และการยับยั้งของการตอบสนอง (response inhibition)

                         สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Danielle de S. Costa, (2014) ศึกษาพบว่า ความสามารถที่ไม่
                  ต้องใช้ประสบการณ์เดิมเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อโรคสมาธิสั้นและผลการเรียนแต่ผลกระทบนั้นเป็นทางอ้อม

                  ดังนั้นการรักษาทั้งความสามารถที่ไม่ต้องใช้ประสบการณ์เดิมและอาการขาดสมาธิตั้งแต่เนิ่นๆ จึงมี

                  ความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันผลการเรียนบกพร่องและความยากลำบากในการทำงานในอนาคต
                         สอดคล้องกับผลการศึกษาของพัสดาภรณ์ จิตน่วม (2565) ศึกษาผลด้านพฤติกรรมซนอยู่ไม่นิ่ง

                  และผลการเรียนของเด็กสมาธิสั้นหลังได้รับการรักษาตามแนวทางการดูแลเด็กสมาธิสั้นในโรงพยาบาลบาง

                  จาก พบว่าหลังการรักษาผลการเรียนดีขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) มีเกรดดีขึ้นร้อยละ 48.5

                  ข้อเสนอแนะ

                         1. ในการทำวิจัยครั้งถัดไป ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลการปรับพฤติกรรม (SNAP-IV) กับ
                  ความสามารถทางเชาวน์ปัญญา

                         2. จัดระบบดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีความเสี่ยงภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ สมาธิสั้น ภาวะบกพร่อง
                  ทางสติปัญญา เพื่อช่วยพัฒนาให้เด็กไทยมีค่าคะแนนเฉลี่ยระดับสติปัญญาสูงขึ้น
   259   260   261   262   263   264   265   266   267   268   269