Page 266 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 266
E64
วัตถุประสงค์การศึกษา
โดยวัตถุประสงค์การศึกษาในครั้งนี้ประกอบไปด้วย 1) เพื่อศึกษาความชุกของความเครียดและ
ความวิตกกังวลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดยโสธร 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
ความเครียดและความวิตกกังวล ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดยโสธร โดยการวิจัยนี้เป็นการ
วิธีการศึกษา
ศึกษาวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง ทำการศึกษาประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6
ในจังหวัดยโสธร ปีการศึกษา 2567 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร ทั้งหมด
27 โรงเรียน โดยมีจำนวนนักเรียน ทั้งหมด 2,847 คน ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 851 ราย เครื่องมือที่ใช้ใน
การศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วยแบบสอบถามทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่ ปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้าน
การศึกษา ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านครอบครัว และปัจจัยด้านสังคม รวมถึงแบบประเมินความเครียด
และแบบประเมินความวิตกกังวล(DASS-21) การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์
1) สถิติเชิงพรรณนา ใช้สถิติแจกแจงนำเสนอความถี่ และร้อยละ สำหรับอธิบายตัวแปร ความเครียด และความ
วิตกกังวล ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดยโสธร 2) สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics)
วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ด้วยวิธีการวิเคราะห์ถดถอยแบบลอจิสติคอย่างง่าย (Simple logistic
regression) โดยนำเสนอค่า Crude Odds ratio (OR), ช่วงความเชื่อมั่น 95%CI และค่า p-value <0.05
และการวิเคราะห์พหุตัวแปร (Multivariable analysis) เพื่อหาความสัมพันธ์ของแต่ะละปัจจัย ด้วยวิธีการ
วิเคราะห์การถดถอยโลจิสติคพหุคูณ (Multiple logistic regression) โดยนำเสนอค่า Adjusted Odd Ratio
(Adjusted OR), ช่วงความเชื่อมั่น 95%CI และค่า p-value<0.05
ผลการศึกษา
จากการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความเครียดระดับปานกลางร้อยละ 57.6 ความเครียด
ระดับเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 30.1 และความเครียดระดับรุนแรงน้อยคิดเป็นร้อยละ 12.3 ตามลำดับ
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลระดับเล็กน้อยร้อยละ 47.5 ความวิตกกังวลระดับปานกลางคิดเป็น
ร้อยละ 34.1 และความเครียดระดับรุนแรงน้อยคิดเป็นร้อยละ 18.4 ตามลำดับ
จากการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดของนักเรียน วิเคราะห์ปัจจัยหลายตัวแปร
พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียด ได้แก่ โรคประจำตัว ปัจจัยด้านสัมพันธภาพกับเพื่อน ปัจจัยด้าน
การเรียนการสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
ความวิตกกังวลของนักเรียน วิเคราะห์ปัจจัยหลายตัวแปร พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวลได้แก่
ปัจจัยด้านครอบครัว ปัจจัยด้านสัมพันธภาพกับเพื่อน ปัจจัยด้านการเรียนการสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดับ 0.05
อภิปรายผล
จากผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับความเครียดอยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ
57.6 รองลงมาคือระดับเล็กน้อยและระดับรุนแรงตามลำดับ ผลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนในระดับ

