Page 292 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 292
F17
การพัฒนาแนวทางและระบบการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ติดโรคซิฟิลิส โรงพยาบาลระยอง
แพทย์หญิงอภิรดี อุทัยไพศาลวงศ์, นางสาวสุคนธา ผาสุก และคณะ
โรงพยาบาลระยอง เขตสุขภาพที่ 6
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
แนวคิดเกิดจากการทำงานในการดูแลสตรีตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลระยองพบการแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์มีแนวโน้มสูงขึ้น การติดเชื้อซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์ จะทำให้ติดเชื้อสู่ทารก
ผ่านระบบไหลเวียนสู่ตับ น้ำคร่ำและรก ทำให้แสดงลักษณะผิดปกติของทารก และยังส่งผลให้ทารกเสียชีวิต
ในครรภ์ ทารกคลอดก่อนกำหนด และ ทารกวินิจฉัยโรคซิฟิลิสโดยกำเนิด
จึงมีการสืบค้นข้อมูลพบว่า การศึกษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ของญดา คุนผลินและคณะ
พบการเพิ่มขึ้นของอัตราการติดเชื้อซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์จากร้อยละ 0.05 ในปี 2549 ขึ้นเป็นร้อยละ 0.5
ในปี 2558 จึงทำการศึกษาความสัมพันธ์ของสตรีตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิสต่อผลลัพธ์การตั้งครรภ์ และการเกิด
ทารกวินิจฉัยโรคซิฟิลิสโดยกำเนิดในโรงพยาบาลระยองในปี 2561 – 2563 ผลการศึกษาจากสตรีตั้งครรภ์
คลอดบุตรทั้งหมด 9,588 รายในเวลา 2 ปี พบสตรีตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิสร้อยละ 0.7 ต่อสตรีตั้งครรภ์คลอดบุตร
ในปี 2561 และ ร้อยละ 1.3 ในปี 2562 และพบอัตราทารกคลอดก่อนกำหนดร้อยละ 21.2 และ ทารกเสียชีวิต
ในครรภ์ ร้อยละ 5 ทำให้สรุปได้ว่าการติดเชื้อซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์มีแนวโน้มสูงขึ้นและภาวะแทรกซ้อน
จากการติดเชื้อสูงขึ้น ทางแผนกสูตินรีเวชกรรม จึงมีการจัดทำแนวทางการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิส
ตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอดและหลังคลอดบุตร รวมถึงการตรวจวินิจฉัยรักษาคู่สมรส และพัฒนาแนวทาง
จนเกิดการต่อยอดเป็นระบบการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ติดโรคซิฟิลิส โรงพยาบาลระยอง
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. ลดอัตราการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดในสตรีตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิส
2. ลดอัตราการเกิด ทารกแรกเกิดเสียชีวิตจากการติดเชื้อซิฟิลิส (congenital syphilis)
3. เพิ่มอัตราการวินิจฉัยและรักษาในคู่สมรส
วิธีการศึกษา
ปี พ.ศ. 2562 ตระหนักถึงปัญหาสตรีตั้งครรภ์ติดโรคซิฟิลิสและทารกผิดปกติเพิ่มขึ้นเปรียบเทียบข้อมูล
ย้อนหลัง
ปี พ.ศ. 2563 ทำวิจัยเพื่อสรุปข้อมูลสตรีตั้งครรภ์ติดโรคซิฟิลิสและทารกแรกเกิดในจังหวัดระยอง
และนำร่อง CLIA
ปี พ.ศ. 2564 จัดทำแนวทางการรักษาโรคซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์ โรงพยาบาลระยอง

