Page 551 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 551

L10

                  วิธีการศึกษา
                         วิจัยเชิงพรรณนา (descriptive research) กรอบแนวคิดของการศึกษา ประกอบด้วย

                         1. การศึกษาบริบทและสิ่งนำเข้า (context-input) ได้แก่
                                - การศึกษาบริบท สถานการณ์และนโยบาย
                                - การศึกษากระบวนการพัฒนา (process) ได้แก่ 1) การปรับโครงสร้างและการสื่อสารนโยบาย
                  2) การพัฒนาบุคลากร 3) การพัฒนากลไกการขับเคลื่อน 4) การพัฒนาการใช้ยาสมุนไพรทดแทน

                  5) การกำหนดจำนวน รายการยาสมุนไพร และ 6) การพัฒนาระบบข้อมูลด้านยาสมุนไพร
                         2. ผลลัพธ์การพัฒนา ข้อมูลจากผลการดำเนินงานในหน่วยบริการสาธารณสุข จาก HDC (Health
                  Data Center) กระทรวงสาธารณสุข แล้วนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ
                           การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ จากการสนทนากลุ่ม

                           ระยะเวลาศึกษาระหว่างเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์ 2568
                           ประชากรที่ศึกษา คือบุคลากรสาธารณสุขและหน่วยบริการสาธารณสุข เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
                  เป็นแบบบันทึกการประเมินผลการพัฒนาประยุกต์ใช้ รูปแบบ CIPP model ของ Stufflebeam(4)
                            การวัดผลและสถิติ ใช้สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และสรุป

                  เนื้อหาข้อมูลเชิงคุณภาพ

                  ผลการศึกษา
                         การวิเคราะห์บริบท พบว่าปีงบประมาณ 2565-2568 เขตสุขภาพที่ 4 สนับสนุนงบผลิตยาสมุนไพร
                  อย่างต่อเนื่อง 26,416,142 , 26,416,142 , 10,000,000 , 10,000,000 บาทตามลำดับ การพัฒนากลไกขับเคลื่อน
                  ผ่านคณะกรรมการพัฒนาระบบเภสัชกรรม โดยพัฒนากระบวนการด้านราคาสมุนไพร โดยใช้กลไกการส่งเสริม

                  การใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาปฎิชีวนะ กระบวนการพัฒนา (process) พบว่า ภายใต้คณะกรรมการฯ ได้จัดทำ
                  ข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบยาสมุนไพร โดย1) การกำหนดแบ่งโควตาการผลิตยาสมุนไพร
                  เป็นโรงพยาบาล 2) กำหนดใช้รูปแบบกันงบประมาณจังหวัด โดยการสนับสนุนจากเขตสุขภาพ 3) วิเคราะห์

                  ติดตาม และรายงานความก้าวหน้าของระบบยาสมุนไพร 4)กำหนด มาตรการให้หน่วยบริการสาธารณสุข
                  สั่งใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบันภายใต้แนวทาง , ด้านผลลัพธ์ (product) มูลค่าการใช้ยาสมุนไพร
                  ปี 2565-2567 พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 68.3 , 70.6 , 81.6 ล้าน ตามลำดับ มูลค่าการสั่งใช้ยาสมุนไพร
                  5 รายการสนับสนุนจากเขต เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปี 2563-2657  พบว่า จำนวนครั้งการสั่งใช้ยาสมุนไพร มากกว่า
                  การสั่งใช้ยาปฎิชีวนะในระบบทางเดินหายใจ  สรุป การพัฒนาระบบการกระจายยาสมุนไพร ระดับเขตสุขภาพ

                  สามารถเพิ่มศักยภาพการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพร อย่างมีประสิทธิภาพบรรลุตามเกณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพ
                  การจัดซื้อจัดหายาสมุนไพร ส่งผลให้เพิ่มการเข้าถึงยาสมุนไพรมาตรฐานเดียวกัน

                  อภิปรายผล

                         ปัญหาการผลิตยาสมุนไพรเพื่อสนับสนุนหน่วยบริการสาธารณสุข ของเขตสุขภาพที่ 4 คือ โรงงานผลิต
                  ยาสมุนไพรในเขตสุขภาพยังไม่สามารถ ดำเนินการผลิตยาสมุนไพรสนับสนุนให้หน่วยบริการข้ามจังหวัด

                  ในเขตสุขภาพได้ เนื่องจากยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน  งานวิจัยที่ผ่านมามีการศึกษาเฉพาะการจัดซื้อยาร่วม
                  ระดับเขตสุขภาพที่เน้นเป็นยาแผนปัจจุบันที่มีราคาสูง งานวิจัยนี้ที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาระบบการกระจาย
                  ยาสมุนไพร ภายใต้โรงผลิตยาสมุนไพร GMP และหน่วยบริการสาธารณสุขภาครัฐภายในเขตสุขภาพ
                  เพื่อให้เกิดการซื้อวัตถุดิบสมุนไพร จากเกษตรกรในพื้นที่ โรงพยาบาลที่ผลิตยาสมุนไพร ในเขตสุขภาพ
   546   547   548   549   550   551   552   553   554   555   556