Page 608 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 608
N18
การพัฒนา Application เพื่อการบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง
นางสาวอรรถพร ธนาณัฐเดชกุล
โรงพยาบาลรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย เขตสุขภาพที่ 8
ประเภทนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
โรงพยาบาลรัตนวาปี พบอุบัติการณ์ร้อยละผู้ป่วยโรคหืดเรื้อรังที่ได้รับยา Inhaled corticosteroid
เฉลี่ยต่ำถึง 82.51% (ตัวชี้วัดRDU) ผู้ป่วยใช้ยาสูดพ่นไม่ถูกต้องร้อยละ 64.7 ผู้ป่วยควบคุมอาการหอบหืดไม่ได้
ร้อยละ 75.9 เข้ารับการรักษาด้วยอาการหอบรุนแรงที่ห้องฉุกเฉินในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวน 179 ครั้ง
และต้องเข้านอนรับการรักษาในโรงพยาบาลในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวน 60 ครั้งซึ่งทำให้สูญเสียค่าใช้จ่าย
ในการรักษาพยาบาลสูงถึง 255,834.5 บาท ทั้งนี้การรักษาด้วยยาเป็นรูปแบบการรักษาที่ใช้มากที่สุดในการ
บำบัดรักษาโรค หากการใช้ยาไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ป่วยได้ เภสัชกรเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่
ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาของผู้ป่วยโดยตรง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไข
ปัญหาจากการใช้ยาที่จะเกิดกับผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยมีความร่วมมือในการใช้ยาชนิดสูดพ่นเป็นอย่างดี ส่งผลให้
เกิดการควบคุมอาการหืดได้ ลดการเกิดการหายใจล้มเหลว ลดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และ
สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหืดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นกลุ่มงานเภสัชกรรมและ
คุ้มครองผู้บริโภค โรงพยาบาลรัตนวาปี จึงเล็งเห็นความสำคัญต่อการบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยโรคหืดและปอด
อุดกั้นเรื้อรัง (Asthma-COPD Clinic) พัฒนาบทบาทของเภสัชกรในการดูแลผู้ป่วยด้านยาเพื่อแก้ไขหรือ
ป้องกันปัญหาด้านยาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยร่วมกับสร้างสรรค์นวัตกรรม Chatbot AI เครื่องมือสื่อสารข้อมูลที่
น่าเชื่อถือและส่งเสริมการใช้ยาอย่างถูกต้องปลอดภัยแก่ผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยใช้ยาสูดพ่นถูกต้องมากขึ้น ได้รับ
การรักษาอย่างถูกต้องและสมเหตุผลตามตัวชี้วัด RDU มีผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้นและลด
ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาสูดพ่นของผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดการ
ควบคุมอาการหอบหืดได้ ลดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
2. เพื่อเพิ่มอัตราร้อยละผู้ป่วยโรคหืดเรื้อรังที่ได้รับยา Inhaled corticosteroid ในโรงพยาบาลรัตนวาปี
ตามตัวชี้วัด Service plan สาขา RDU
วิธีการศึกษา
รูปแบบการศึกษา: การวิจัยเชิงกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research design)
กลุ่มตัวอย่าง: ผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้น คลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังที่สามารถสื่อสารได้
จำนวน 133 คน โดยคำนวณขนาดตัวอย่างจากสูตร Taro Yamane (1973)

